ห้องแนะแนว Basic Guitar(กีต้าร์) By นรินทร์ ชัยกาวิล

กระดานสนทนา: 

สวัสดีครับเพื่อนๆผู้มีความสนใจในด้านการเล่นกีตาร์ทุกท่าน ขอต้อนรับทุกท่านสู่กระทู้นี้ ซึ่งได้จัดทำขึ้นเพื่อที่ทุกท่านจะสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับการฝึกฝนการเล่นกีตาร์ขั้นพึ้นฐานและสอบถามปัญหาเกี่ยวกับการเรียนรู้และฝึกฝนกีตาร์ได้ง่ายยิ่งขึ้นครับ หากว่าเพื่อนๆท่านใดมีคำถามหรือข้อสงสัยใดๆก็สามารถสอบถามมาได้ หรือเพื่อนๆท่านใดมีข้อแนะนำและอยากให้เพิ่มเติมหรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในส่วนไหนก็บอกกันมาได้ด้วยเช่นเดียวกันครับ ยินดีอย่างยิ่งที่จะน้อมรับทุกๆความคิดเห็นที่จะบอกกล่าวกันมาครับ:นรินทร์ ชัยกาวิล

ในการเริ่มต้นเล่นกีตาร์ หลายคนที่สอนกีตาร์ก็มักจะเริ่มต้นการสอนกีตาร์โดยให้ผู้เรียนฝึกจับคอร์ดเป็นอันดับแรกซึ่งการสอนแบบนี้แม้ไม่ได้ผิดอะไรแต่ก็มีข้อเสียบ้างกับผู้เรียนบางคน(โดยเฉพาะผู้เรียนที่เป็ยเด็กและผู้หญิง)ดังนั้นในบทแรกของการแนะแนวการเล่นกีตาร์นี้ ผมจึงจะขอเริ่มต้นด้วยการสอนให้ผู้เรียนออกกำลังนิ้วก่อนครับ หลังจากนั้นแล้วค่อยเริ่มต้นการจับคอร์ด โดยให้ผู้เรียนเริ่มต้นออกกำลังนิ้วในแบบฝึกหัดที่หนึ่ง ดังนี้
๑.ใช้นิ่วชี้(มือซ้าย)กดสายที่สอง ช่องบาร์ที่ห้า(การนับสายกีตาร์นั้นจะนับจากล่างขึ้บนนะครับ สายที่หนึ่งคือสายล่างสุดและสายที่หกคือสายบนสุดครับ)แล้วใช้ปิ๊กดีตลงครับ
๒.ใช้นิ้วกลางกดสายที่สองช่องบาร์ที่หกแล้วใช้ปิ๊กดีตขึ้นครับ
๓.ใช้นิ้วก้อยกดสายที่สองช่องบาร์ที่แปดแล้วใช้ปิ๊กดีตลงครับ
๔.ให้ทำอย่างนี้ซ้ำไปมา(คือกดสายสอง โดยใช้นิ้วชี้ กลางก้อย ชี้กลางก้อย ชี้กลางก้อยสลับไปเรื่อยๆ)และใช้ปิ๊กดีต ลง ขึ้น ลงสลับกันครับ และขอให้ฝึกหลายๆครั้ง โดยเริ่มเล่นจากช้าแล้วค่อยๆทำให้เร็วขึ้นครับ
เมื่อฝึกหัดในแบบฝึกหัดที่หนึงจนคล่องพอสมควรแล้ว ให้เริ่มฝึกแบบฝึกหัดที่สองครับ โดยการใช้นิ้วชี้ กลางและก้อยกดย้อนหลังคือ ก้อย กลาง ชี้(สายสองช่องบาร์ที่ ๘ ๖ และ ๕ )โดยใช้ปิ๊กดีตลง ขึ้น ลงสลับกันไปเหมือนเดิมครับ
หลังจากนั้นเราก็จะมาทำแบบฝึกหัดที่สามครับ โดยการใช้นิ้วชี้ กลางและก้อยกดสายสองในช่องบาร์ที่ ๕ ๖ และ ๘ สลับกันไปมา คือ กดสายสอง ช่องบาร์ที่ ๕ ๖ ๘ ๖ ๕ ๖ ๘ ๖ ๕ ๖ ๘ ๖ ๕ อย่างนี้ไปเรื่อยๆโดยยังคงใช้ปิ๊กดีตลง ขึ้น ลงสลับกันไปมาเช่นเดิมครับ
สำหรับการออกกำลังนิ้วนี้ นอกจากจะทำให้เราเริ่มต้นทำความคุ้นเคยกับกีตาร์อย่างถูกต้องแล้ว ยังเป็นการสร้างกำลังนิ้วของเราให้แข็งแรงและยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนิ้วแต่ละนิ้วของเราซึ่งจะทำให้การเล่นกีตาร์ของเราคล่องแคล่วมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การออกกำลังนิ้วที่ผมกำลังให้การแนะแนวผู้เรียนในบทนี้และจะแนะแนวในบทต่อไปนั้นยังเป็นการฝึกฝนการโซโล่กีตาร์ขั้นพึ้นฐานอีกด้วย จึงหวังเป็นอย่างยิงว่าผู้เรียนแต่ละท่านจะให้ความสนใจและนำเอาแบบฝึกหัดที่ให้ไว้ไปปฏิบัติกันนะครับ
เอาละครับสำหรับบทแรกนี้เอาไว้เท่านี้ก่อน แล้วในบทหน้า ผมจะมาแนะแนวเรื่องการออกกำลังนิ้วของผู้เรียนให้แข็งแรงและเล่นกีตาร์ได้คล่องยิ่งขึ้นครับ

หลังจากที่ผมได้แนะแนวการออกกำลังนิ้วในตอนแรกกันไปแล้ว ในการแนะแนวการเล่นกีตาร์ตอนที่สองนี้ ผมก็จะขอมาพูดถึงการออกกำลังนิ้วในขั้นตอนต่อไป โดยในตอนที่สองนี้จะขอเพิ่มการฝึกเล่นจากเดิมอีกสามเสียง รวมของเดิมก็จะเป็นหกเสียงครับ โดยจากตอนที่แล้วเราจะใช้นิ้วชี้ กลางและก้อยจับเฉพาะสายสองช่องบาร์ที่ห้า หกและแปด สำหรับการแนะแนวการออกกำลังนิ้วในตอนนี้ เราก็จะมาใช้นิ้วชี้ นางและก้อยจับสายที่หนึ่งกันบ้าง โดยมีขั้นตอนดังนี้ครับ
๑.ใช้นิ้วชี้กดสายที่หนึ่ง ช่องบาร์ที่ห้าแล้วใช้ปิ๊กดีต ใช้นิ้วนางกดสายที่หนึ่งช่องบาร์ที่เจ็ดแล้วใช้ปิ๊กดีต และสุดท้ายใช้นิ้วก้อยกดสายที่หนึ่งช่องบาร์ที่แปดแล้วใช้ปิ๊กดีตครับ แต่อ๊ะอ้าชะช้าไว้ท่านทั้งหลายอย่าเพิ่งฝึกเล่น เพราะเราจะเริ่มฝึกเล่นกันมาตั้งแต่สายสองกันเลย คือเริ่มเล่นที่สายสองก่อน ยังจำได้ใช่ไหมครับว่าเล่นยังไง เอ้า ลองมาฝึกเล่นตามกันเลยก็ได้ครับ เริ่มที่ ใช้นิ้วชี้กดสายสอง ช่องบาร์ที่ห้าแล้วใช้ปิ๊กดีต ใช้นิ้วกลางกดสายสองบาร์หกแล้วดีต ใช้นิ้วก้อยกดสายสองบาร์แปดแล้วดีต หลังจากนั้นให้ใช้นิ้วชี้เลื่อนลงมาจับสายหนึ่งบาร์ที่ห้าแล้วก็ดีตครับ ใช้นิ้วนางกดสายที่หนึ่งบาร์ที่เจ็แล้วดีต และสุดท้ายใช้นิ้วก้อยร่งน้อยกดสายที่หนึ่งบาร์ที่แปดแล้วก็ดีตครับ โดยวิธีการฝึกเล่นนั้นก็เหมือนกับการแนะแนวการเล่นกีตาร์ตอนที่หนึ่งทุกอย่างเลยครับ ให้ฝึกเล่นจากช้าๆแล้วค่อยเพิ่มความเร็วขึ้นครับ อ้อ...อย่าลืมนะครับว่าเวลาใช้ปิ๊กดีตสายกีตาร์นั้นจะต้องดีตลง ขึ้น ลงสลับกันไปเรื่อยๆนะครับ(ดีดลงหรือขึ้นอย่างเดียวนั้นถือว่าเป็นเด็กดื้อครับผม)
๒.เอาละครับ หลังจากได้ฝึกเล่นตามแบบฝึกหัดแรกแล้ว เราก็จะมาฝึกเล่นในแบบฝึกหัดที่สองครับ โดยการดีตไปข้างหน้าแล้วดีตย้อนกลับมาข้างหลังด้วยครับ อ๊ะ...เริ่มกันเลยครับ
ดีตไปข้างหน้า สายที่หนึ่ง ช่องบาร์ที่ ๕ ๖ ๘(ใช้นิ้วชี้ กลาง ก้อย) สายที่หนึ่งช่องบาร์ที่ ๕ ๗ ๘(ใช้นิ้วชี้ นางก้อย)
หลังจากนั้นก็ดีตย้อนกลับมาคือสายที่หนึ่ง ช่องบาร์ที่ ๗ ๕ และสายที่สองช่องบาร์ที่ ๘ ๖ และ๕ ครับ
เอาล่ะครับ ขอทบทวนให้เข้าใจง่ายๆกันอีที เริ่มเล่นจากสายที่สองช่องบาร์ที่ ๕ ๖ ๘ สายที่หนึ่งช่องบาร์ที่ ๕ ๗ ๘
แล้วดีตย้อนหลังจากสายที่หนึ่งช่องบาร์ที่ ๗ ๕ สายที่สองช่องบาร์ที่ ๘ ๖ ๕ ครับ โดยให้ฝึกเล่นซ้ำไปซ้ำมาหลายๆรอบครับโดยเริ่มฝึกเล่นจากช้าๆแล้วเพิ่มความเร็วให้มากขึ้นเมื่อคุณเล่นคล่องแล้วครับ
หากว่ามีเพื่อนๆท่านใดมีคำถามหรือข้อสงสัยในการแนะแนวที่ให้ไว้นี้ก็สอบถามมากันได้ครับ ยินดีอย่างนิ่งที่จะตอบเท่าที่จะเสาะหาข้อมูลมาได้ครับ และแท้จริงแล้วผมมีความตั้งใจที่จะทำแบบเรียนในการแนะแนวการเล่นกีตาร์นี้ในรูปแบบเสียงด้วยครับ แต่ขอประสานงานกับคุณหมอคอมซักนิดก่อนว่าจะสามารถนำเอาฟายเสียง MP3 ที่ผมทำมานั้นเอามาลงไว้ในเวฟนี้ได้ยังไง สำหรับการแนะแนวการเล่นกีตาร์ขั้นพึ้นฐานในตอนนี้ขอจบเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ แล้วค่อยมาพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ

มาถึงตอนที่สามกันแล้วนะครับสำหรับการแนะแนวพึ้นฐานการเล่นกีตาร์ สำหรับตอนนี้และตอนหน้าเราก็จะยังอยู่กับการเรียนรู้ในเรื่องของการออกกำลังนิ้วและการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนิวนะครับ ก่อนที่จะไปพูดคุยกันในเรื่องของการจับคอร์ดและเรื่องอื่นๆ
ในตอนที่ผ่านๆมาเราได้ออกกำลังนิ้วกับสายกีตาร์ที่อยู่ด้านล่างมาแล้ว สำหรับตอนนี้เราก็จะมาฝึกฝนการออกกำลังนิ้วกันกับสายกีตาร์ที่อยู่ด้านบนซึ่งเรียกว่าสายเบสกันบ้างนะครับโดยการออกกำลังนิ้วของเราในวันนี้นั้น จะเป็นการออกกำลังนิ้วที่นักดนตรีเรียกกันว่า การไล่สะเกลครับ ซึ่งการไล่สะเกลวนั้นก็คือการดีตกีตาร์ตามโน๊ตเสียงต่างๆไล่ไปจากเสียงโด่ เร มี ฟาร์ ซอลล์ ลา ที หรือเรียกอีกอย่างก็คือไล่ไปจากเสียง C-D-E-F-G-A-B นั่นแหละครับ(ซึ่งถ้าหากเพื่อนบางคนอาจจะยังไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไรนะครับ ข้ามตรงนี้ไปก่อนได้เลย เพราะเราจะได้เรียนรู้เรื่องนี้อย่างละเอียดมากขึ้นในตอนต่อๆไปครับ
เอาละครับเราจะมาเริ่มกันเสียที โดยเริ่มที่แบบฝึกหัดที่หนึ่งครับ
๑.ให้ใช้นิ้วกลางกดสายที่ห้า ช่องบาร์ที่สามแล้วใช้ปิ๊กดีต ต่อไปใช้นิ้วก้อยกดสายที่ห้า ช่องบาร์ที่ห้าแล้วใช้ปิ๊กดีต
๒.ให้ใช้นิ้วชี้กดสายที่สี่ ช่องบาร์ที่สองแล้วใช้ปิ๊กดีต ต่อไปใช้นิ้วกลางกดสายที่สี่ ช่องบาร์ที่สามแล้วใช้ปิ๊กดีต และใช้นิ้วก้อยกดสายที่สี่ ช่องบาร์ที่ห้าแล้วใช้ปิ๊กดีต
๓.ให้ใช้นิ้วชี้กดสายที่สาม ช่องบาร์ที่สองแล้วใช้ปิ๊กดีต ต่อไปใช้นิ้วนางกดสายที่สาม ช่องบาร์ที่ห้าแล้วใช้ปิ๊กดีต และสุดท้ายใช้นิ้วก้อยกดสายที่สาม ช่องบาร์ที่ห้าแล้วใช้ปิ๊กดีตครับ
สำหรับวิธีการเล่นการฝึกฝนนั้นก็จะเหมือนกับตอนก่อนๆเลยครับ คือใช้ปิ๊กดีตลง ขึ้นลงตามแบบฝึกหัดที่ให้ไว้ และทำแบบฝึกหัดนี้ซ้ำไปซ้ำมาหลายๆครั้งจนเกิดความชำนาญและเสียงของสายกีตาร์ที่กดลงไปนั้นไม่มีเสียงบอดครับ
เอาละครับ แล้วเราก็จะมาลองทำแบบฝึกหัดที่สองกันครับ โดยการดีดแต่ละสายตามช่องบาร์ต่างๆในแบบฝึกหัดแรกไปข้างหน้าแล้วดีตย้อนกลับมาด้วยครับ
๑.ดีตไปข้างหน้า เริ่มจากสายที่ห้า บาร์ที่ ๓และ ๕ สายสี่ บาร์ที่ ๒ ๓ และ ๕ สายที่สาม บาร์ที่ ๒ ๔ และ ๕
๒.ดีตย้อนกลับหลัง เริ่มจากสายที่สาม บาร์ที่ ๔ และ ๓ สายที่สี่ บาร์ที่ ๕ ๓ และ๒ และสายที่ห้า บาร์ที่ ๕และ๓ ครับ
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อนๆจะเข้าใจได้ไม่ยากนะครับ แต่หากมีคำถามหรือข้อสงสัยก็สามารถสอบถามกันมาได้ครับขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆทุกๆคนในการฝึกฝนนะครับ

ก่อนที่จะเริ่มต้นการจับคอร์ดกีตาร์ในตอนต่อไป ในตอนนี้ผมก็อยากจะให้เพื่อนๆมาฝึกฝนการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนิ้วแต่ละนิ้วของเรากันซักนิดหน่อยนะครับ ซึ่งแบบฝึกหัดนี้ไม่ยากเลยครับเพราะเล่นแค่สายหนึ่งสายเดียว โดยให้เพื่อนๆใช้นิ้วกดสายที่หนึ่งตรงช่องบาร์ต่อไปนี้ คือช่องบาร์ที่ ๘ ๕ ๗ ๘ ๗ ๕ โดยนิ้วที่วช้กดสายที่หนึ่งในช่องบาร์ต่างๆนั้นก็คือนิ้วก้อย ชี้ นาง ก้อย นาง และชี้ ตามลำดับครับ โดยในขณะที่กดสายตามบาร์ต่างๆนั้น เราก็จะใช้ปิ๊กดีตลง ขึ้นลงเหมือนกับแบบฝึกหัดที่ผ่านๆมาครับ โดยให้เริ่มฝึกเล่นจากช้าๆแล้วค่อยๆเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆเมื่อเริ่มเล่นคล่องแล้วครับ
ไม่ยากใช่ไหมครับแบบฝึกหัดนี้ แต่ว่าจะมีประโยชน์มากๆเลยละครับ เพราะนอกจากจะช่วยสร้างกำลังนิ้วแล้ว ก็ยังจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนิ้วของเราในการเล่นกีตาร์ โดยจะช่วยให้เราสามารถกำหนดนิ้วแต่ละนิ้วในการเล่นสายแต่ละสายได้ง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้นครับ
เอาละครับ ผมก็จะขอจบเนื้อหาของการแนะแนวพึ้นฐานการเล่นกีตาร์ในตอนที่สี่เอาไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ แล้วเราค่อยมาเริ่มเรียนรู้เรื่องการจับคอร์ดกีตาร์ในตอนต่อไปครับ

จะลองนำไปฝึกดูนะครับ

หากว่านำไปฝึกฝนแล้วได้ผลเป็นอย่างไรก็บอกมาหน่อยนะครับ หรือหากมีคำถามหรือข้อสงสัยก็สอบถามมาได้เช่นเดียวกันครับ

ขอเอาใจฌ่วย และจะเก็บเกี่ยวประสบกาน ขอบคุนมาก

ขอบคุณมากครับสำหรับความคิดเห็นและกำลังใจที่ให้มา เท่านี้ก็เพียงพอแล้วละครับ สำหรับการที่จะทำให้คนที่ทำงานอยู่ตั้งใจทำอะไรต่อมิอะไรอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยครับ

แล้วแต่ละบทเรียนต้องฝึกให้ชำนาญก่อนแล้วค่อยไปบทต่อไปใช่ไหม

การออกกำลังนิ้วในแบบฝึกหัดตอนที่หนึ่งและตอนที่สองนั้นควรจะค่อยๆฝึกฝนไปทีละขั้นตอนครับ แต่หากว่าอยากจะเปลี่ยนท่าทางการออกกำลังนิ้วบ้างก็อาจจะเปลี่ยนมาออกกำลังนิ้วกับแบบฝึกหัดในตอนอื่นบ้างก็ได้ เช่นเมื่อเราฝึกออกกำลังนิ้วในตอนที่หนึ่งและตอนที่สองมาชั่วระยะหนึ่งแล้ว ไม่ว่าจะเกิดความชำนาญหรือยัง เราก็อาจจะเปลี่ยนมาฝึกออกกำลังนิ้วในแบบฝึกหัดตอนที่สามซึ่งเป็นการออกกำลังนิ้วในอีกส่วนหนึ่งของสายกีตาร์ คือการออกกำลังนิ้วกับสายเบส หรืออาจจะเปลี่ยนมาออกกำลังนิ้วกับแบบฝึกหัดในตอนที่สี่ซึ่งเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนิ้วครับ เพื่อเราจะได้ออกกำลังนิ้วในหลายๆลักษณะครับ เหมือนกับการออกกำลังกายทั่วไปที่อาจจะมีการเปลี่ยนท่าทางบ้างเพื่อให้การออกกำลังกายได้ผลและมีประสิทธิภาพขึ้นครับ

มถึงตอนที่ห้ากันแล้วนะครับ หลังจากที่เราใช้เวลาในการสร้างกำลังนิ้วของเราให้มีความแข็งแรงและเรียนรู้ที่จะสร้างความสัมพันธ์ ระหว่างนิ้วแต่ละนิ้วให้สามารถเล่นกีตาร์ได้อย่างคล่องแคล่วพอสมควรแล้ว ดังนั้นในตอนที่ห้านี้ผมก็จะเริ่มแนะนำให้เพื่อนๆมาฝึกจับคอร์ดกีตาร์กัน โดยจะเริ่มต้นจากคอร์ดพึ้นฐานสี่คอร์ดด้วยกัน นั่นก็คือคอร์ด C Am Dm และ G7 ครับ
๑.โดยคอร์ด C นั้นมีวิธีจับคือใช้นิ้วชี้กดสายที่สอง บาร์ที่หนึ่ง ใช้นิ้วกลางกดสายที่สี่ บาร์ที่สอง และใช้นิ้วนางกดสายที่ห้า บาร์ที่สามครับ
๒.สำหรับคอร์ด Am นั้น(คอร์ดเอไมเนอร์นะครับ ไม่ใช่คอร์ดแอม)นั้นวิธีการจับคือ ใช้นิ้วชี้กดสายสอง บาร์ที่หนึ่ง ใช้นิ้วกลางกดสายที่สี่ บาร์ที่สอง และใช้นิ้วนางกดสายที่สาม บาร์ที่สองครับ(สรุปง่ายๆก็คือเปลี่ยนจากคอร์ด C เพียงนิ้วเดียวคือนิ้วนางนั่นแหละครับ)
๓.ส่วนคอร์ด Dm นั้นวิธีจับก็คือ ใช้นิ้วชี้กดสายที่หนึ่ง บาร์ที่หนึ่ง ใช้นิ้วกลางกดสายที่สาม บาร์ที่สอง และใช้นิ้วนางกดสายที่สอง บาร์ที่สามครับ
๔.และสำหรับคอร์ด G7 นั้น วิธีจับก็คือ ใช้นิ้วชี้กดสายที่หนึ่ง บาร์ที่หนึ่ง ใช้นิ้วกลางกดสายที่ห้า บาร์ที่สอง และใช้นิ้วนางกดสายที่หก บาร์ที่สามครับ
และเมื่อเรารู้วิธีการจับคอร์ดต่างๆกันแล้วเราก็จะมาฝึกเล่นคอร์ดต่างๆกันครับ โดยการฝึกเล่นนั้นก็ให้เพื่อนๆจับคอร์ดแล้วใช้ปิ๊กดีต ลง ขึ้น ลง ขึ้น เป็นจังหวะครับ อ๊ะ มาลองฝึกตามกันดีกว่าครับ
๑.ให้เพื่อนๆจับคอร์ด C แล้วใช้ปิ๊กดีตลง(๑)ขึ้น(๒)ลง(๓)ลง(๔)ซึ่งทั้งหมดนี้คือการเล่นคอร์ดหนึ่งห้องดนตรีหรือเล่นคอร์ดสี่จังหวะครับ
๒.เมื่อเสร็จแล้วก็ให้เพื่อนๆเปลี่ยนมาจับคอร์ด Am (เอไมเนอร์)แล้วใช้ปีกดีตในลักษณะเดียวกัน และทำอย่างเดียวกันนั้นกับคอร์ด Dm(ดีไมเนอร์)และคอร์ด G7ตามลำดับครับ เสร็จแล้วก็กลับมาจับคอร์ด C แล้วเล่นต่อไป โดยให้ฝึกเล่นแบบนี้หลายๆรอบครับ
สิ่งสำคัญเกี่ยวกับการฝึกจับคอร์ดกีตาร์ก็คือ ให้เพื่อนๆระวังนิ้วที่จับสายด้านบนอย่าให้นิ้วไปโดนสายที่อยู่ด้านล่างครับ ซึ่งจะทำให้เสียงของสายนั้นบอดไป อีกอย่างหนึ่งก็คือ ในการใช้ปิ๊กดีตกีตาร์นั้นให้ใช้ข้อมือดีตขึ้นลงนะครับ อย่าแกว่งปิ๊กโดยแกว่งไปทั้งมือ
และสิ่งสำคัญมากๆอีกอย่างหนึ่งที่ผมอาจจะไม่ได้บอกกับเพื่อนๆตั้งแต่ต้นก็คือ การตัดเล็บมือซ้ายที่เพื่อนๆจะใช้จับคอร์ดให้สั้นด้วยนะครับ เพราะเล็บที่ยาวจะกลายเป็นอุปสรรคในการกดสายและการจับคอร์ดกีตาร์ครับ
เอาละครับ สำหรับเนื้อหาของตอนที่ห้านี้ก็คงจะพอเหมาะพอดีแล้วละนะครับ เอาเป็นว่าเราค่อยมาเรียนรู้ด้วยกันต่อในตอนหน้านะครับ ขอขอบคุณเพื่อนๆทุกท่านครับที่ให้การติดตาม สวัสดีครับ

สำหรับตอนที่หกนี้ ผมก็จะมาชวนเพื่อนๆให้ฝึกเล่นคอร์ดกีตาร์กันต่อครับ ในตอนที่แล้วเราได้ฝึกคอร์ดหลักในคีย์ C เมเจอร์กันไปแล้ว สำหรับตอนนี้เราก็จะมาฝึกเล่นคอร์ดหลักในคีย์ G เมเจอร์กันบ้าง ซึ่งมีสี่คอร์ดดังนี้ครับ
๑.คอร์ด G วิธีจับ ให้ใช้นิ้วชี้กดสายที่ห้า บาร์ที่สอง ใช้นิ้วกลกางกดสายที่หกบาร์ที่สาม และใช้นิ้วก้อยกดสายที่หนึ่ง บาร์ที่สามครับ
๒.คอร์ด Em(อีไมเนอร์) วิธีจับ ให้ใช้นิ้วชี้กดสายที่ห้า บาร์ที่สองและใช้นิ้วกลางกดสายที่สี่ บาร์ที่สองครับ
๓.คอร์ด Am(เอไมเนอร์)บอกวิธีจับอีกทีนะครับ ให้ใช้นิ้วชี้กดสายที่สอง บาร์ที่หนึ่ง ใช้นิ้วกลางกดสายที่สี่ บาร์ที่สองและใช้นิ้วนางกดสายที่สาม บาร์ที่สองครับ
๔.คอร์ด D7 คอร์ดนี้เรียกว่า คอร์ด ดีเซเว่นครับ(อย่าเรียกว่า”ดีเจ็ด”เชียวนะครับ...อายเค้า)ส่วนวิธีจับก็ ให้ใช้นิ้วชี้กดสายที่สอง บาร์ที่หนึ่ง ใช้นิ้วกลางกดสายที่สาม บาร์ที่สอง และใช้นิ้วนางกดสายที่สอง บาร์ที่สองเช่นเดียวกันครับ
ส่วนวิธีการฝึกเล่นนั้น ขอรบกวนให้เพื่อนๆไปดูวิธีการฝึกเล่นจากตอนที่แล้วนะครับ ให้ฝึกเล่นอย่างนั้นเหมือนกันครับ
พอมาถึงตอนนี้ก็อาจมีเพื่อนๆบางคนสงสัยว่า ทำไมผมไม่แนะแนวให้ฝึกเล่นคอร์ดอย่างเป็นลำดับ เช่นตอนที่แล้วแนะแนวให้เล่นคอร์ดในคีย์ C ทำไมตอนที่หกนี้แนะแนวให้เล่นคอร์ดในคีย์ G ไม่ใช่คอร์ดในคีย์ D-E-F ตามลำดับ ก็ขออนุญาตตอบโดยไม่ต้องมีใครต้องถามให้เสียเวลาครับว่า การนะแนวให้เล่นคอร์ดในแบบฉบับของนายนรินทร์นั้นจะขอแนะแนวให้เล่นคอร์ดตามลำดับความง่ายนะครับ จะไม่ขอแนะแนวให้เล่นคอร์ดตามลำดับของคีน์ดนตรีครับ
เอาล่ะนะครับ สำหรับตอนนี้ขอจบเนื้อหาเอาไว้เพียงเท่านี้ก่อน ส่วนตอนหน้าก็จะขอเวลาและเนื้อที่การแนะแนวการเล่นกีตาร์ขั้นพึ้นฐานนี้พูดถึง”ทฤษฎีดนตรี”กันนิดหน่อยนะครับ เพื่อว่าจะได้ช่วยปูพึ้นฐานให้เพื่อนๆที่เป็นมือใหม่จริงๆมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้นกับสิ่งที่เราจะได้เรียนรู้ด้วยกันมากขึ้นในอนาคตครับ ซึ่งในส่วนนี้ผมก็ใคร่จะขอความช่วยเหลือจากผู้รู้ในทางดนตรีท่านอื่นๆที่คิดว่าน่าจะมีอะไรเพิ่มเติมซึ่งจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆของเราในการร่วมให้คำแนะแนวเพิ่มเติมในสิ่งที่ผมอาจจะขาดตกบกพร่องด้วยนะครับ ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ

สำหรับการแระแรวการเล่นดีตาร์ในตอนนี้ ผมก็จะขออนุญาตพูดถึงสิ่งที่เป็นทฤษฎีพื้นฐานสำคัญสำหรับการเรียนกีตาร์ให้ประสบความสำเร็จกันบ้าง
ก่อนอื่นใดก็ต้องบอกกันก่อนครับว่า การแนะแนวการเล่นกีตาร์ขั้นพื้นฐานนี้เป็นการแนะแนวที่ให้การแนะแนวในแบบ ByHart ซึ่งจะเน้นให้ผู้เรียนรู้เล่นกีตาร์อย่างมีขั้นตอนและมีแบบแผน โดยจะใช้หลักในการเล่นและการจดจำเป็นหลัก ดังนั้นผมจึงจะขอแนะแนวในสิ่งที่เป็นทฤษฎีบ้างพอสมควร เพื่อที่ผู้เรียนรู้จะสามารถะรียนรู้ได้อย่างเกิดผลมากขึ้น แต่ก็จะพยายามเน้นในส่วนที่สำคัญสำหรับการเรียนจริงๆเท่านั้นครับ สำหรับในตอนนี้ก็จะขอกล่าวถึงสองส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งซึ่งเป็นพึ้นฐานที่ผู้สนใจในการเล่นกีตาร์”ต้องรู้”ครับ
ส่วนแรกที่อยากจะกล่าวถึงก็คือ สิ่งสำคัญๆที่เราควรรู้เกี่ยวกับกีตาร์ครับ ซึ่งมีส่วนสำคัญๆดังนี้ครับ
1.เกี่ยวกับประเภทของกีตาร์-กีตาร์จะมีอยู่หลายชนิดหรือหลายประเภทด้วยกันครับ ยกตัวอย่างเช่น กีตาร์โฟ๊ค หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อของกีตาร์โปร่ง นอกจากนี้ก็ยังมีกีตาร์อีกหลายประเภทด้วยกันทั้งกีตาร์โปร่ง 12 สาย,กีตาร์โปร่งไฟฟ้า,กีตาร์อีเลคโทรนิค(หรือที่เรารู้จักและเรียกกันว่า กีตาร์ไฟฟ้า),กีตาร์คลาสสิคและกีตาร์เบสเป็นต้น
2.เกี่ยวกับส่วนสำคัญของกีตาร์-มีส่วนสำคัญของกีตาร์ที่เราควรจะรู้จักคือ ส่วนของตัวกีตาร์,คอกีตาร์,ช่องบาร์กีตาร์และสายกีตาร์
3.การนับช่องบาร์ของกีตาร์ สำหรับการนับบาร์กีตาร์นั้นจะนับจากซ้ายไปขวา(คือจากส่วนคอของกีตาร์ไปหาส่วนตัวของกีตาร์) โดยขนาดความยาวของช่องบาร์กีตาร์ทั่วไปนั้นจะมีอยู่ 2 ขนาดด้วยกันคือ 19 ช่องบาร์และ 21 ช่องบาร์(โดยขนาดช่องบาร์กีตาร์มาตรฐานนั้นคือขนาด 21 ช่องบาร์)
4.สำหรับกีตาร์มาตระฐานนั้นจะประกอบไปด้วยสายทั้งหมด 6 สาย และการนับสายของกีตาร์นั้นจะนับจากล่างขึ้นบน(1-6) โดยสายกีตาร์ในแต่ละสายนั้นจะมีชื่อประจำอยู่ทุกสาย(ซึ่งชื่อสายทุกสายของกีตาร์นี้เป็นชื่อตามเสียงโน้ตดนตรีสากล)คือ
สายที่ ชื่อประจำสาย ชื่อโน๊ต
6 E มี
5 A ลา
4 D เร
3 G ซอลล์
2 B ที
1 E มี
หมายเหตุ-สำหรับสายที่ 1 และสายที่ 6 ของกีตาร์นั้นเป็นสายที่มีเสียงเดียวกัน(เพราะเป็นโน้ตตัวเดียวกัน)เพียงแต่จะมีระดับเสียงสูงต่ำต่างกัน โดยสายที่ 1 จะมีเสียงสูงกว่าสายที่ 6
นี่คือสิ่งสำคัญๆที่เกี่ยวข้องกับกีตาร์ที่เราควรรู้ครับ และสำหรับส่วนที่สองที่ผมอยากจะกล่าวถึงก็คือ สิ่งสำคัญๆที่เกี่ยวข้องกับการเรียนกีตาร์ครับ เริ่มจาก การเรียนรู้จัก โน้ต คอร์ดและคีย์ดนตรีกันเลยนะครับ
1.โน๊ต คือเสียงๆหนึ่ง(ของดนตรีหรือเสียงอื่นๆ)ที่ดังขึ้น ซึ่งตัวโน๊ตดนตรีหลักนั้นจะมีอยู่ 7 ตัวด้วยกัน และโน้ตเสียงแฝรด(B)หรือเสียงชาร์ฟ(#)อีก 5 ตัวโน๊ตครับ
2.คอร์ด-คือการเล่นโน้ต 2-3 เสียงหรือ 2-3 ตัวโน๊ตพร้อมๆกัน ยกตัวอย่างเช่นคอร์ดC ก็จะเล่นโน้ต 3 ตัวคือ
โน๊ตเสียง C E G(โด มีและซอลล์)เป็นต้น
3.คีย์ดนตรี-คือการนำคอร์ดมาจัดรวมกันเป็นกลุ่มหรือหมวดหมู่อย่างมีระบบระเบียบ โดยปกติแล้วหนึ่งคีย์ของดนตรีนั้นจะประกอบไปด้วยกลุ่มคอร์ด 2 กลุ่มคอร์ด คือ กลุ่มคอร์ดหลักและกลุ่มคอร์ดเสริม
เอาล่ะครับ ต่อไปเราก็จะมาลงรายละเอียดเกี่ยวกับการเรียนรู้จักกับโน้ตดนตรีกันบ้าง โดยเริ่มจาก
1.สำหรับโน๊ตดนตรีหลักนั้นจะประกอบไปด้วยตัวโน๊ต 7 ตัวด้วยกันคือ โด เร มี ฟาร์ ซอลล์ ลา ที โดยในการเล่น กีตาร์นั้นจะใช้ตัวอักษรอังกฤษเป็นเครื่องหมายแทนชื่อของตัวโน้ตทั้ง 7 ตัวโน๊ตคือ
C แทนเสียงโด่ D แทนเสียงเร E แทนเสียงมี F แทนเสียงฟาร์ Gแทนเสียงซอลล์ Aแทนเสียงลา และ B แทนเสียงที
2.สำหรับเสียงของโน้ตหลักแต่ละตัวนั้นจะมีระดับเสียงที่ต่ำหรือสูงกว่ากัน 1 ระดับเสียง ยกเว้นเพียงเสียง B-C และเสียง E-F(คือเสียงทีไปหาเสียงโด และเสียงมีไปหาเสียงฟาร์)เท่านั้นที่จะมีระดับเสียง ต่ำหรือสูงกว่ากันเพียงครึ่งเสียงครับ
3.ส่วนโน้ตเสียงแฝรด (b)และเสียงชาร์ฟ(#)นั้นจะมีระดับเสียงต่ำหรือสูงกว่าเสียงตัวโน๊ตปกติ ครึ่งเสียง
3.1.เช่น Gb จะมีเสียงต่ำกว่าเสียง G ครึ่งเสียง
3.2.และเสียง G# จะมีเสียงสูงกว่าเสียง G ครึ่งเสียง
สิ่สำคัญที่เราจะเรียนรู้ด้วยกันต่อไปก็คือ การเรียนรู้จักคอร์ดดนตรีครับ โดยเราจะเรียนรู้จักกับคอร์ด Major,Miner และคอร์ด 7 ครับ โดยจะขอเริ่มจาก
1.คอร์ด Major เป็นคอร์ดพึ้นฐานของดนตรี ซึ่งจะประกอบด้วย โน้ต 3 เสียงด้วยกันคือ โน้ตตัวที่ 1 (คือโน้ตที่ใช้เป็นตัวตั้ง)โน้ตตัวที่ 2(ซึ่งนับจากโน้ตตัวตั้ง)และโน้ตตัวที่ 5(ซึ่งนับจากตัวตั้งเช่นเดียวกัน)มาดูตัวอย่างกันนิดนะครับ เช่นคอร์ด C นั้นก็จะประกอบไปด้วยโน้ตตัวที่หนึ่งซึ่งเป็นตัวตั้งคือโน้ตเสียง C โน้ตตัวที่สามคือตัวโน๊ตเสียง E และสุดท้ายโน้ตตัวที่ห้าคือตัวโน๊ตเสียง D ครับ
2.คอร์ด Miner(คอร์ดไมเนอร์)เป็นคอร์ดที่คล้ายกับคอร์ด Major เพียงแต่จะเปลี่ยนจากการเล่นโน้ต ตัวที่ 2 ไปเล่นโน้ตต่ำกว่าโน้ตตัวที่ 2 นั้นครึ่งเสียงครับ เช่นคอร์ด Cm นั้นก็จะประกอบไปด้วยโน้ตสามเสียงคือ C-Eb-G
3.คอร์ด 7 จะเป็นคอร์ดที่มีโน้ตเพิ่มขึ้นจากคอร์ด MaJor อีกหนึ่งตัว คือ โน้ตตัวที่ 7 โดยนับจากโน๊ตที่ใช้เป็นตัวตั้ง คอร์ดนั้น จึงเรียกว่าคอร์ด 7 ครับ เช่นคอร์ด C7 นั้นก็จะประกอบไปด้วยโน้ตสี่เสียงคือ C-E-G-Bb
ครับ และสิ่งสำคัญสุดท้ายที่ผมอยากจะกล่าวถึงการแนะแนวการเล่นกีตาร์ขั้นพื้นฐานในตอนนี้ก็คือ การทำความรู้จักคอร์ดแฝรด(B)และคอร์ดชาร์ฟ(#)ครับ โดยเริ่มจาก
1.คอร์ด B เป็นคอร์ดที่มีเสียงต่ำกว่าคอร์ด Major ครึ่งเสียง โดย เครื่องหมาย b นี้จะ ใช้ใน 5 คอร์ดคือ Ab Bb Db Eb Gb
2.คอร์ด # เป็นคอร์ดที่มีเสียงสูงกว่าคอร์ด Major ครึ่งเสียง โดย เครื่องหมาย # นี้จะ ใช้ใน 5 คอร์ดคือ A# C# D# F# G#
เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับเนื้อหาในตอนนี้ หลายคนอาจจะกระจ่างมากยิ่งขึ้นกับสิ่งที่อาจจะเคยสงสัย แต่ก็อาจจะมีบางคนที่มืนงงและมีข้อสงสัย อบ่างก็ช่วยสะท้อนความคิกเห็นกันมานะครับ ผมจะได้เห็นตัวเองว่าให้การแนะแนวเป็นอย่างไร ควรปรับปรุงแก้ใขในส่วนใดครับ ขอขอบคุ๊ณล่วงหน้าสำหรับทุกๆข้อความคิดเห็นครับ แล้วค่อยกลับมาเจอกันใหม่ในตอนหน้านะครับ

ผมสงสัยว่า การไล่คอร์ดนั้น เช่น จับคอร์ด c เมื่อไล่คอร์ดไปทางขวาจะเป็นคอร์ดอะไรหรือต้องวางนิ้วใหม่ครับ ขอบคุณท่านนรินที่ได้ให้ความรู้ด้านguitar ได้ดี สำหรับผู้เรียนที่หัดใหม่ก็ขอให้ค่อยฝึกจับคอร์ดไม่ให้เสียงบอดนะครับ

ก่อนจะตอบคำถามก็ต้องขออธิบายหน่อยหนึ่งครับว่า คอร์ดกีตาร์นั้นจะมีการแบ่งออกเป็นหลายระดับครับ ซึ่งภาษาดนตรีก็จะเรียกกันว่า คอร์ดนอก คอร์ดกลางและคอร์ดใน นอกจากนี้ก็ยังมีการแบ่งประเภทของคอร์ดเป็นสองลักษณะด้วยครับ คือคอร์ดที่เรียกกันว่า คอร์ดที่เคลื่อนไหวไม่ได้ กับคอร์ดที่เคลื่อนไหวได้ หากเราจับคอร์ด C ธรรมดาซึ่งเรียกว่าคอร์ดนอกแล้วเลื่อนไปทางขวาอีกหนึ่งบาร์นั้นก็ไม่สามารถจะเรียกว่าคอร์ดอะไรได้เต็มปากเต็มคำครับ เพราะโน้ตเสียงต่างๆที่เราจับอยู่นั้นอาจจะมีองค์ประกอบที่ไม่สามารถเล่นเป็นคอร์ดได้ครับ เช่นเมื่อเราจับคอร์ด C แล้วเลื่อนไปทางขวาอีกหนึ่งบาร์ตัวโน๊ตเสียงต่างๆนั้นจะมีมากกว่าสี่เสียงซึ่งไม่สามารถเรียกว่าเป็นคอร์ดได้ครับ แต่หากเราจับคอร์ด C คอร์ดกลาง(ซึ่งวิธีการจับก็จะจับเหมือนคอร์ด Bb แต่อยู่ที่บาร์ที่สามนั้นหากเลื่อนไปทางขวาก็จะกลายเป็นคอร์ด C#-D-D#(Eb)-E-F ตามลำดับครับแต่ถ้าหากเลื่อนไปทางซ้ายก็จะกลายเป็นคอร์ด B แบะคอร์ด Bb ครับ
เอาล่ะน่า ไหนๆผมก็คุยเรื่องคอร์ดมาตั้งเยอะตั้งแยะแล้วเนี่ย ผมก็จะขอข้ามขั้นคุยเรืองคอร์ดที่เคลื่อนที่ได้ให้ฟังเลยละกัน เพื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่มีพื้นฐานอยู่บ้างแล้วและอยากจะรู้เรื่องนี้ คอร์ดที่สามารถเคลื่อนไหวได้(ซึ่งผมหมายถึงคอร์ดที่ถึงแม้ว่าเราจะเลื่อนตำแหน่งนิ้วไปตามบาร์ต่างๆแล้วนั้นก็จะยังเป็นคอร์ดอยู่)ก็จะมีดังนี้ครับ มีคอร์ดA7 คอร์ดBb คอร์ดBmคอร์ดD คอร์ดDm คอร์ดf และคอร์ดFm
ยังไงก็ลองฝึกลองจับแล้วก็ลองเลื่อนซ้ายเลื่อนขวาดูละกันนะครับ(ผมว่าสนุกดีเหมือนกัน)สำหรับเราทั้งหลายที่ยังเป็นมือใหม่นั้นก็ค่อยๆเรียนรู้ไปครับ ตรงไหนยังไม่ได้ก็ค่อยเรียนค่อยๆฝึกฝนไป อีกไม่นานก็ได้ก็เก่งแล้วล่ะครับ ขอเพียงให้เราตั้งใจก็จะไม่มีอะไรเหนือความสามารถของเราครับ.....ไปซะทีเซ่...พูดมากอยู่ได้(เอ๊ะ...ผมได้ยินเสียงใครไม่รู้พูดกับผมแฮะ งั้นไปล่ะนะครับ เจอกันใหม่ตอนหน้า)

สงสัยว่าตรงคอguitar มีตัวพลาสติกพาดสายที่เรียกว่าหย่องใช่หรือไม่ ตรงร่องที่พาดสายทั้ง 6 นั้น ต้องไสให้ร่องลึกลงไปอีกหรือไม่ เพราะว่าบางคนว่าต้องไสลงไปเพื่อไม่ให้สายมันสูง เวลากดสายจะได้ไม่ต้องเจ็บนิ้วใช่ไหมครับ

มีครับ ในกรณีที่ไม่อยากจะเจ็บมือมากก็อาจใส่ไปได้ครับ แต่หากว่ากีตาร์ของคุณมีราคาพอควรแล้ว ได้มาอย่างไรก็น่าจะให้คงสภาพเดิมดีกว่าครับ เพราะกีตาร์คุณภาพแต่ละตัวนั้นย่อมทำมาอย่างดีแล้ว ส่วนการเล่นแล้วเจ็บมือเนี่ยก็ไม่ได้เป็นเพราะกีตาร์อย่างเดียวหรอกครับ ต้องดูว่าเราเล่นอย่างไร สไตร์ไหนด้วยครับ หากว่าเล่นโฟ๊คแบบนุ่มฟังสบายๆก็คงไม่เจ็บเท่าไหร่ แต่หากว่าเล่นสไตร์หลากหลายซึ่งล้วนแล้วแต่ทรมานตัวเองแบบผมละก็ ต่อให้เป็นกีตาร์ดีซักแค่ไหนยก็เจ็บชัวร์อยู่แล้วครับ(สมน้ำหน้าครับ...เล่นดีๆก็ไม่เล่น)หากว่ามีอะไรสงสัยก็ถามมาอีกได้นะครับ ขอตอบเท่านี้ก่อนละกันนะครับ(ขอตัวไปนอนหลับ เพราะยังไม่ได้นอนเลยครับ) โถ...น่าสงสาร(ซะที่ไหนล่ะ)

ขอต้อนรับสู่ตอนที่แปดครับ สำหรับตอนที่แปดนี้ผมก็จะกลับมาเอาใจสำหรับมือใหม่อีกครั้งนะครับ เพราะห้องเล็กๆนี้ก็จัดไว้สำหรับมือใหม่ที่สามารถจะก้าวไปสู่การเป็นมืออาชีพได้ในอนาคตเป็นหลัก ยังไงเราก็จะค่อยๆก้าวไปด้วยกันนะครับ(แบบว่า ช้าแต่ชัวร์นั่นแหละครับ)
มาเข้าสู่เนื้อหากันดีกว่าครับ สำหรับในตอนนี้ผมก็จะมาแนะนำคอร์ดกีตาร์อีกสี่คอร์ดให้เพื่อนๆฝึกจับฝึกเล่นกัน ซึ่งทั้งสี่คอร์ดถูกจัดอยู่ในกลุ่มคอร์ดเสริมของคีย์ C ครับ ส่วนคอร์ดเสริมคืออะไรนั้น ตอนหน้าจะมาว่าให้ฟังอย่างเต็มๆครับ มาดูคอร์ดที่เราจะฝึกจับกันในวันนี้ดีกว่า
๑.คอร์ดแรกคือคอร์ด C7 ครับ วิธีจับคือใช้นิ้วชี้กดสายที่สอง บาร์ที่หนึ่ง ใช้นิ้วกลางกดสายที่สี่ บาร์ที่สอง ใช้นิ้วนางกดสายที่ห้า บาร์ที่สาม และใช้นิ้วก้อยกดสายที่สาม บาร์ที่สามครับ
๒.คอร์ด F วิธีจับ ให้ใช้นิ้วชี้กดทาบตั้งแต่สายที่หกลงมาจนถึงสายที่หนึ่ง โดยกดทาบที่บาร์ที่หนึ่ง ใช้นิ้วกลางกดสายที่สาม บาร์ที่สอง ใช้นิ้วนางกดสายที่ห้า บาร์ที่สาม และใช้นิ้วก้อยกดสายที่สี่ บาร์ที่สามครับ
๓.คอร์ด Fm วิธีการจับ ให้ใช้นิ้วชี้กดทาบตั้งแต่สายที่หกลงมาจนถึงสายที่หนึ่ง โดยกดทาบที่บาร์ที่หนึ่ง ใใช้นิ้วนางกดสายที่ห้า บาร์ที่สาม และใช้นิ้วก้อยกดสายที่สี่ บาร์ที่สามครับ
๓.คอร์ด Em วิธีการจับ ให้ใช้นิ้วชี้กดสายที่ห้า บาร์ที่สองและใช้นิ้วกลางกดสายที่สี่ บาร์ที่สองครับ
๔.คอร์ด A7 วิธีการจับ ใช้นิ้วชี้กดทาบลงมาตั้งแต่สายที่สี่ลงมาจนถึงสายที่หนึ่ง โดยกดที่บาร์ที่สอง และใหช้นิ้วนางกดสายที่หนึ่ง บาร์ที่สามครับ
๕.คอร์ด Bb(คอร์ดบีแฝรท)วิธีการจับ ใช้นิ้วชี้กดทาบตั้งแต่สายที่ห้าลงมาจนถึงสายที่หนึ่งโดยกดที่บาร์ที่หนึ่ง ชิ้นิ้วกลางกดสายที่สี่ บาร์ที่สาม ใช้นิ้วนางกดสายที่สาม บาร์ที่สามและใช้นิ้วก้อยกดสายที่สองบาร์ที่สามครับ
เป็นยังไงบ้างครับ ยากใช่น้อยใช่ไหมครับคอร์ดที่ผมได้แนะนำให้จับและฝึกเล่นในตอนนี้ อยากจะบอกกับเพื่อนๆว่า นี่คือทางบังคับผ่านที่ยากที่สุดแล้วสำหรับการจับคอร์ดกีตาร์ ขอเพียงผ่านขั้นนี้ไปได้ก็จะไม่มีคอร ดไหยที่ยากสำหรับเราอีกแล้วครับ ดังนั้นขอให้มีความตั้งใจ อดทนฝึกหัดทีละเล็กทีละน้อย วันนี้ยังได้ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ก็ผึกใหม่เล่นใหม่ ยังไงๆมันก็หนีเราไปไม่พ้นหรอกครับ เชื่อผมขนมกินได้แน่นอนครับ(ถ้ากินไม่ได้ก็จะไม่ใช่ขนมด้วยครับ)
สำหรับตอนนี้ขอจบเอาไว้แค่นี้ก่อนนะครับ แล้วค่อยกลับมาพบกันใหม่ในตอนต่อไปครับผม:จากสุดหล่อคนเดิมครับ

n
เพื่อนๆเคยรู้มาบ้างหรือเปล่าครับว่า คอร์ด C คอร์ด D และคอร์ดอื่นๆที่เราเรียกชื่อกันสั้นๆว่าคอร์ด C คอร์ด D คอร์ด E และคอร์ดอื่นๆที่ใช้อักษรอังกฤษตัวเดียวเรียกชื่อนั้นหาได้มีชื่อเรียกกันสั้นๆอย่างนั้นไม่ เพราะชื่อเต็มๆของคอร์ดเหล่านั้นจะมี Major ตามหลัง อาจจะเรียกว่าเป็นนามสกุลก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น คอร์ด C Major และคอร์ด D major เป็นต้น
สำหรับตอนที่เก้านี้ผมก็จะมาชวนเพื่อนๆให้ได้เรียนรู้จักกับคอร์ดในคีย์เมเจอร์นี้กัน ซึ่งจะมีความสำคัญอย่างไรกับการเล่นกีตาร์ของเพื่อนๆนั้น เมื่อจบเนื้อหาในตอนนี้แล้ว เชื่อว่าเพื่อนๆจะรู้ได้โดยไม่ต้องอธิบายว่า สิ่งที่เราจะได้เรียนรู้ในตอนนี้นั้นมีความสำคัญเพียงใด ว่าแล้วเราก็เริ่มกันเลยละกันครับ
เมื่อเราพูดกันถึงเรื่องของคีย์ดนตรี คีย์หลักของดนตรีที่จะใช้ในการเล่นเพลงต่างๆแต่ละเพลงนั้นจะมีคีย์ดนตรีที่ใช้กันอยู่สองประเภทด้วยกันคือคีย์ Major และคีย์ Miner ซึ่งแต่ละคีย์ก็จะประกอบด้วยคอร์ดต่างๆที่ถูกจัดไว้อย่างเป็นระบบในคีย์ต่างๆดนตรีเหล่านั้น และต่อไปนี้ก็จะเป็นคอร์ดดนตรีพึ้นฐานในคีย์ Major
๑.คีย์ C คอร์ดหลักในคีย์นี้จะประกอบไปด้วยคอร์ด C-Am-Dm-G7
และคอร์ดเสริมในคีน์นี้คือคอร์ด C7 F Fm Em A7 Bb
๒.คีย์ D คอร์ดหลักในคีย์นี้จะประกอบไปด้วยคอร์ด D Bm Em A7
และคอร์ดเสริมในคีน์นี้คือคอร์ด D7 G Gm F#m B7 C
๓.คีย์ E คอร์ดหลักในคีย์นี้จะประกอบไปด้วยคอร์ด E C#m F#m B7
และคอร์ดเสริมในคีน์นี้คือคอร์ด E7 A Am G#m C7 D
๔.คีย์ F คอร์ดหลักในคีย์นี้จะประกอบไปด้วยคอร์ด F Dm Gm C7
และคอร์ดเสริมในคีน์นี้คือคอร์ด F7 Bb Bbm Am D7 Eb7
๕.คีย์ G คอร์ดหลักในคีย์นี้จะประกอบไปด้วยคอร์ด g Em Am D7
และคอร์ดเสริมในคีน์นี้คือคอร์ด G7 C Cm Bm E7 F
๖.คีย์ A คอร์ดหลักในคีย์นี้จะประกอบไปด้วยคอร์ด A F#m Bm E7
และคอร์ดเสริมในคีน์นี้คือคอร์ด A7 D Dm C#m F#7 G
๗.คีย์ B คอร์ดหลักในคีย์นี้จะประกอบไปด้วยคอร์ด B G#m C#m F7
และคอร์ดเสริมในคีน์นี้คือคอร์ด B7 E Em Ebm G#7 A

สำหรับคอร์ดหลักในคีย์ดนตรีย์ต่างๆนั้นก็จะทำหน้าที่หลักในตำแหน่งของเพลงในช่วงวรรคตอนต่างๆตามเสียงและทำนองที่เหมาะสม เช่นเพลงในคีย์ C ก็จะสามารถเล่นเพลงๆนั้นด้วยคอร์ดเพียงสี่คอร์ดคือคอร์ด C-am-Dm-G7 แต่อย่างไรก็ดี เพื่อให้เพลงที่เล่นมีความไพเราะและมีเสียงที่สอดคล้องกับเสียงและทำนองของเพลงมากยิ่งขึ้น จึงมีการคิดค้นและเพิ่มเติมคอร์ดเสริมเข้าไปในการเล่นดนตรีสำหรับเพลงต่างๆด้วย ซึ่งในที่นี้ ผมก็จะขออธิบายหน้าที่หลักๆของคอร์ดเสริมในการเล่นเพลงโดยส่วนใหญ่ไว้เพื่อให้เพื่อนๆได้เรียนรู้และศึกษาทำความเข้าใจครับ โดยจะใช้คอร์ดหลักในคีย์ C มาเป็นตัวอย่างในกรรอธิบายครับ
คอร์ด หน้าที่โดยส่วนใหญ่
C7 ทำหน้าที่เชื่อมระหว่าง C และ F
F ทำหน้าที่แทน Dm ในกรณีที่ตต้องการเสียงหนักว่า Dm
Fm ทำหน้าที่เชื่อมระหว่าง F และ C หรือ Em
Em ทำหน้าที่เชื่อมระหว่าง C และ Am
A7 ทำหน้าที่เชื่อมระหว่าง Am และ Dm หรือ F
Bb ทำหน้าที่แทน Dm ในกรณีที่ต้องการเสียงหนักที่ต่างจาก Dm หรือ F

1.คอร์ดเสริมที่นำมาอธิบายเป็นตัวอย่างชุดนี้เป็นคอร์ดเสริมในคีย์เมเจอร์ ซึ่งสามารถจะนำไปเปรียบเทียบเพื่อใช้ในการอธิบายหน้าที่ของคอร์ดเสริมในกลุ่มคีย์อื่นๆได้ด้วย
2.และสำหรับคอร์ดเสริมที่ได้อธิบายถึงหน้าที่พื้นฐานไว้นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในจำนวนคอร์ดเสริมมากมายที่ใช้ในการเล่นดนตรีเท่านั้น
เอาล่ะครับ สำหรับเนื้อหาของตอนนี้ น่าจะพอเหมาะพอดีกับการเรียนรู้ของเราแล้วนะครับ หากว่าเพื่อนๆมีคำถามและข้อสงสัยก็สอบถามมาได้นะครับ แล้วกลับมาพบกันใหม่ในตอนต่อไปครับ

สำหรับการแนะแนวพื้นฐานการเล่นกีตาร์ในตอนนี้ผมก็จะขออนุญาตมาตอบคำถามยอดฮิตอีกคำถามหนึ่งสำหรับผู้ที่เริ่มหัดตีคอร์ดกีตาร์ใหม่ๆ ซึ่งอาจจะสงสัยว่า เวลาเล่นกีตาร์หรือเวลาตีคอร์ดต่างๆนั้นจะต้องเริ่มเล่นตั้งแต่สายไหนอย่างไร
อันที่จริงแล้วนั้นเวลาที่เราเล่นคอร์ดกีตาร์นั้น ถ้าเรามัวแต่ซีเรียสกับการดูว่า เมื่อเล่นกีตาร์นั้นจะต้องดีดกี่สาย หรือดีดสายไหนบ้างก็คงไม่ค่อยดีนักนะครับผมว่า เพราะถ้ามัวแต่คอยดูสายกีต้าร์อยู่ตลอด ก็คงจะไม่ได้อรรถรสในการเล่นกีตาร์มากมายสักเท่าไหร่นัก แต่อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีกฎเกณฑ์อะไรเลย โดยปกติแล้วเราจะคำนึงถึงเบสหรือตัวโน๊ตของคอร์ดนั้นๆเป็นหลัก ในการเริ่มต้นดีดเป็นสายแรกครับ พูดมาอย่างนี้เพื่อนๆหลายคน อาจจะยังไม่เข้าใจเท่าไหร่ เอาเป็นว่า ในตอนนี้ผมจะขอนำเอาหลักพึ้นฐานในการเล่นคอร์ดมาให้เพื่อนๆศึกษาและทำความเข้าใจกันดูดีกว่านะครับ ว่าแล้วก็เริ่มกันเลยครับ
ในการเล่นคอร์ดกีตาร์นั้น ก่อนอื่นจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่าตัวโน๊ตหลักหรือ เบส ของคอร์ดที่เราจะเล่นนั้นคือโน้ตตัวอะไร ก็มีหลักง่ายๆครับ เราดูที่ชื่อคอร์ดได้เลยเช่นตัวโน๊ตหลักหรือเบส ของคอร์ด C ก็คือโน๊ตตัว C ซึ่งอยู่สายที่ 5
ฉะนั้น ตามหลักแล้ว เราก็จะต้องเริ่มต้นดีดตั้งแต่สายที่ 5 ลงไปพอมาถึงตอนนี้ บางคนก็อาจจะมีความสงสัยว่า เอ๊ะ แล้วโน๊ตตัว C ที่สายที่ 2 ล่ะ ใช่ตัวโน๊ตหลักหรือเปล่า ซึ่งก็ขอตอบว่าไม่ใช่ครับ เพราะตัวโน๊ตหลักของคอร์ดกีตาร์นั้นโดยปกติจะอยู่ที่ สาย 4,5หรือ 6 เท่านั้นครับ
ทีนี้เราก็จะลองมาดูคอร์ดอื่นกันบ้างนะครับ มาดูคอร์ด A ครับ ก็ใช้หลักการเหมือนเดิมเลยครับ คือให้สังเกตที่สายเบสสามสายด้านบนคือสายสี่ ห้าหรือหกว่า โน๊ตตัว A อยู่ที่สายไหนครับ ซึ่งคำตอบก็คือ อยู่สายที่ 5 (สายเปล่า)
ฉะนั้น เราก็จะต้องเริ่มต้นดีดตั้งแต่สายที่ 5 ลงไปครับ อ๊ะ ลองมาดูอีกสักคอร์ดนะครับ มาดูคอร์ด G ครับ ซึ่งเราก็จะใช้หลักการเหมือนเดิมครับในการสังเกต โดยให้สังเกตุสายที่ 4,5,6 ครับว่า โน๊ตตัว G นั้นอยู่ที่สายไหน
ซึ่งคำตอบก็คือ อยู่ที่สาย 6 นั่นเอง ฉะนั้น เราก็จะต้องเริ่มต้นดีดตั้งแต่สายที่ 6 ลงไปครับ
แต่เมื่ออธิบายมาถึงตอนนี้แล้ว ก็อาจจะมีบางคนถามว่า แล้วคอร์ดอื่นๆนอกจากนี้ละจะรู้ได้ยังไงว่าจะเริ่มเล่นที่สายไหน งั้นเรามาดูหลักพื้นฐานกันอย่างเป็นจริงเป็นจังเลยดีกว่าว่าแต่ละคอร์ดนั้นเราจะเริ่มเล่นตั้งแต่สายไหน เริ่มเลยนะครับ
คอร์ด C ตัวโน๊ตหลักอยู่ที่สายห้า(ซึ่งในที่นี้หมายถึงคอร์ด Cm และคอร์ด C7ด้วย)
คอร์ด D ตัวโน๊ตหลักอยู่ที่สายสี่(สายเปล่า)
คอร์ด E ตัวโน๊ตหลักอยู่ที่สายหก(สายเปล่า)
คอร์ด F ตัวโน๊ตหลักอยู่ที่สายหก
คอร์ด G ตัวโน๊ตหลักอยู่ที่สายหก
คอร์ด A ตัวโน๊ตหลักอยู่ที่สายห้า(สายเปล่า)
คอร์ด B ตัวโน๊ตหลักอยู่ที่สายห้า
คงจะพอเข้าใจกันบ้างแล้วนะครับสำหรับผู้ที่อาจจะมีข้อสงสัยในเรื่องนี้ และขอขอบคุณผู้ที่ตั้งคำถามนี้มากับผมทางหลังไมต์ครับ ซึ่งผมก็ขออนุญาตใช้เนื้อที่ในส่วนนี้สำหรับการตอบคำถามทีดีมากๆคำถามนี้ของท่าน เพื่อว่าเพื่อนๆคนอื่นจะได้รับประโยชน์ไปพร้อมๆกันด้วยครับ อ้อ ก่อนที่จะหลั่นล้าลากันไปก็จะขอบอกไว้อีกนิดเดียวครับว่า สำหรับการเล่นคอร์ดต่างๆนั้น หากมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะการจับคอร์ดไปเป็นการจับคอร์ดในลักษณะอื่นๆ(เช่นเปลี่ยนไปจับคอร์ดด้านใน)หลักในการเล่นคอร์ดนี้ก็จะต้องเปลี่ยนไปตามลักษณะการจับคอร์ดนั้นๆด้วย เพราะคอร์ดแต่ละคอร์ด มีวิธีการจับหลายแบบ ฉะนั้น ถ้าคอร์ดเดียวกันแต่จับคนละแบบ ก็จะต้องเริ่มต้นดีดสายที่ต่างกันไปครับ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นความรู้ในทางทฤษฎีที่สามารถนำไปใช้ได้อย่างเกิดผลแน่นอน(และรับรองได้ว่าไม่ใช่หลักมั่วครับ) แต่ก็อย่างที่บอกน่ะครับ ว่าเวลาเล่นกีตาร์นั้น ที่สำคัญที่สุดก็คือ การเล่นให้เป็นธรรมชาติครับ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเรารู้หลักแล้วและค่อยๆฝึกเล่นไปจนคล่องพอสมควรแล้ว เรื่องที่ว่าจะดีดกี่สาย หรือดีดตั้งแต่สายไหนลงมา ก็จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไปแล้วละครับ ผมเชื่ออย่างนั้น ละเชื่อว่าสำหรับคนที่มีความฝันอันยิ่งใหญ่และมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ก็จะไม่มีอะไรที่เป็นอุปสรรคปัญหาที่ยิ่งใหญ่เกินไปสำหรับเขาสักสิ่งเดียวเลย(มาละเหวย เอ้ามาละวา...ฮิ่ว ไปก่อนล๊ะนะคร๊าบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ)

กลับมาเจอกันอีกครั้งแล้วนะครับสำหรับการแนะแนวการเล่นกีตาร์ขั้นพึ้นฐาน ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณสำหรับการสอบถามและการส่งกำลังใจมาให้ สอบถามก็คือสอบถามว่าหายไปไหน การส่งกำลังใจก็ส่งกำลังใจมาให้กลัวว่าผมจะไม่มีแรงสอนต่อเพราะตอนนี้ได้รับตำแหน่งเป็น สอวอ แล้ว(สว.ก็สูงวัยละครับ) ก็ขออนุญาตใช้เนื้อที่ตรงนี้สักนิดเพื่อแจ้งให้ทราบว่า แท้จริงแล้วไม่ได้หายไปไหนนะครับ เพียงแต่มีภาระกิจการงานมากสักหน่อยในช่วงเวลาที่ผ่านมา ประกอบกับการที่ผมได้ใช้เวลาที่พอจะมีอยู่หลังจากเสร็จสิ้นภาระกิจการงานไปกับการเตรียมการสอนการแนะแนวพื้นฐานการเล่นกีตาร์ในรูปแบบเสียงครับเลยอาจจะหายหน้าไปบ้างจากการแนะแนวการเล่นกีตาร์ผ่านตัวอักษรในห้องนี้ เพื่อที่จะได้นำเอาวิธีการแนะแนวในรูปแบบที่น่าจะทำให้เพื่อนๆเรียนรู้ได้ดีกว่า เกิดผลกว่ามานำเสนอกับเพื่อนในอนาคตอันใกล้นี้ครับ จึงขอใช้เนื้อที่นี้แจ้งให้ทราบความคืบหน้าด้วยครับ และขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ทั้งทางโทรศัพท์และ facebook ครับ
เอาละครับพูดมากเกินไปแล้ว เอาเป็นว่ามาว่ากันเรื่องการจับคอร์ดกันเลยดีกว่าครับสำหรับการแนะแนวการเล่นกีตาร์ขั้นพื้นฐานในตอนนี้ ซึ่งคอร์ดที่ผมจะมาชักชวนให้เพื่อนๆฝึกเล่นด้วยกันในตอนนี้นั้นเป็นคอร์ดที่อยู่ในคีย์ดีครับ เริ่มต้นที่คอร์ดหลักของคีย์ดีเลยนะครับ
คอร์ดแรกก็คือ คอร์ด D ครับ ซึ่งวิธีจับก็เริ่มต้นด้วยการใช้นิ้วชี้กดสายที่สาม บาร์ที่สอง ใช้นิ้วกลางกดสายที่หนึ่งบาร์ที่สอง และใช้นิ้วนางกดสายที่สอง บาร์ที่สามครับ
คอร์ดที่สองคือคอร์ด Bm โดยวิธีการจับคอร์ดนี้ก็จะเริ่มด้วยการใช้นิ้วชี้กดทาบตั้งแต่สายที่ห้าลงมาจนถึงสายที่หนึ่งบาร์ที่สอง ใช้นิ้วกลางกดสายที่สอง บาร์ที่สาม ใช้นิ้วนางกดสายที่สี่ บาร์ที่สี่และใช้นิ้วก้อยกดสายที่สามบาร์ที่สี่ครับ
คอร์ดที่สามก็คือคอร์ด Em วิธีจับคอร์ดนี้ก็จะเริ่มด้วยการใช้นิ้วชี้กดสายที่ห้าบาร์ที่สองและใช้นิ้วกลางกดสายที่สี่บาร์ที่สองครับ(คอร์ดนี้ถือว่าง่ายที่สุดเลยละครับในบรรดาคอร์ดกีตาร์ทั้งหมด)
และคอร์ดที่สี่ก็คือคอร์ด A7 ครับ โดยวิธีจับคอร์ดนี้ก็จะเริ่มจากการใช้นิ้วชี้กดทาบตั้งแต่สายที่สี่ลงมาจนถึงสายที่หนึ่ง บาร์ที่สอง ใช้นิ้วนางกดสายที่หนึ่ง บาร์ที่สามครับ
หลังจากได้ลองฝึกจับคอร์ดหลักในคีย์ดีแล้ว ผมก็จะนำเพื่อนๆมาลองฝึกจับคอร์ดเสริมที่สำคัญๆในคีย์ดีนี้กันบ้าง มาเริ่มกันเลยนะครับ
โดยคอร์ดแรกคือคอร์ด D7 ครับ วิธีจับคอร์ดนี้เริ่มที่การใช้นิ้วชี้กดสายที่สองบาร์ที่หนึ่ง ใช้นิ้วกลางกดสายที่สามบาร์ที่สอง และใช้นิ้วนางกดสายที่หนึ่งบาร์ที่สองครับ
คอร์ดที่สองคือคอร์ด G เริ่มกันที่การใช้นิ้วชี้กดสายที่ห้าบาร์ที่สอง ใช้นิ้วกลางกดสายที่หกบาร์ที่สามและใช้นิ้วนางกดสายที่หนึ่งบาร์ที่สามครับ
คอร์ดที่สามคือคอร์ด Gm คอร์ดนี้เริ่มโดยการใช้นิ้วชี้กดทาบตั้งแต่สายที่หกลงมาจนถึงสายที่หนึ่งบาร์ที่สาม ใช้นิ้วกลางกดสายที่สามบาร์ที่สี่ ใช้นิ้วนางกดสายที่ห้าบาร์ที่ห้า และใช้นิ้วก้อยกดสายที่สี่บาร์ที่ห้าครับ
คอร์ดที่สี่คือคอร์ดF#m (เอ็ฟชาฟไมเนอร์) เริ่มที่การใช้นิ้วชี้กดทาบลงมาตั้งแต่สายที่หกลงมาจนถึงสายที่หนึ่งบาร์ที่สอง ใช้นิ้วกลางกดสายที่สาม บาร์ที่สาม ใช้นิ้วนางกดสายที่ห้าบาร์ที่สี่และใช้นิ้วก้อยกดสายที่สี่บาร์ที่สี่ครับ(ซึ่งวิธีการจับคอร์ดนี้เหมือนกับวิธีการจับคอร์ด Gm ครับ เพียงแต่เลื่อนมาเริ่มต้นจับคอร์ดนี้ที่บาร์ที่สองเท่านั้นเอง)
และคอร์ดสุดท้ายคือคอร์ด B7 ครับ คอร์ดดนี้เริ่มจากการใช้นิ้วชี้กดทาบตั้งแต่สายที่สี่ลงมาจนถึงสายที่หนึ่งบาร์ที่สี่และใช้นิ้วนางกดสายที่หนึ่งบาร์ที่ห้าครับ(ซึ่งวิธีการจับคอร์ดนี้เหมือนกับวิธีการจับคอร์ด A7 ครับ เพียงแต่เลื่อนมาเริ่มต้นจับคอร์ดนี้ที่บาร์ที่สี่เท่านั้นเอง)
เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับเนื้อหาในตอนนี้ หวังว่าจะไม่ยากจนเกินไปนะครับ ผมเชื่อว่าทุกคนจะทำได้ครับขอพระเจ้าที่ผมเชื่อและปรนนิบัติรับใช้อยู่นั้นทรงโปรดช่วยเสริมกำลังและประทานความอดทนตลอดจนความตั้งและความสุขในการเล่นดนตรีให้กับทุกๆคนครับ แล้วค่อยกลับมาพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ สวัสดีคร๊าบบบบบบบบบบบบบบบ

สวัสดีครับ สำหรับการแนะแนวการเล่นกีตาร์ขั้นพื้นฐานในตอนนี้ ผมจะชวนเพื่อนๆให้มาเรียนรู้จักกับการเล่นกีตาร์ที่เรียกกันว่า การเกาสายกีตาร์และการเล่นกีตาร์แบบปิ๊กกิ้งกันครับ
1.การเกาสายกีตาร์คือการใช้นิ้วมือขวาทั้ง 5 นิ้วใน การเล่นกีตาร์ในแต่ละจังหวะ ซึ่งมีทั้งการเล่นทีละสายหรือเล่นสายต่างๆพร้อมกัน
2.การเล่นกีตาร์แบบปิ๊กกิ้งเป็นการเล่นในลักษณะคล้ายกับการเกาสายกีตาร์ เพียงแต่จะใช้ปิ๊กกีตาร์ในการเล่นเท่านั้น
เราจะเริ่มเนื้อหาในตอนนี้ที่การแนะแนวหลักในการใช้นิ้วมือขวาในการเกาสายกีตาร์กันครับ โดยหลักในการใช้นิ้วต่างๆของมือขวาในการเกาสายกีตาร์ก็จะเป็นดังนี้ครับ
หนึ่ง-นิ้วโป้ง รับหน้าที่เล่นสายเบสสามสายด้านบนคือสายที่สี่ห้าและหก โดยเวลาใช้นิ้วดีตสายจะดีตลงครับ(โดยการที่จะเล่นเบสในสายใดนั้นก็จะขึ้นอยู่กับว่าเล่นคอร์ดใดอยู่ ซึ่งจะขออธิบายในลำดับต่อไป)
สอง-นิ้วชี้ รับหน้าที่เล่นสายที่สาม โดยเวลาดีตสายจะดีตขึ้นครับ
สาม-นิ้วกลาง รับหน้าที่เล่นสายที่สอง โดยเวลาดีตสายจะดีตขึ้นครับ
สี่-นิ้วนาง รับหน้าที่เล่นสายที่หนึ่ง โดยเวลาดีตสายจะดีตขึ้นเช่นกันครับ
ทีนี้เราก็จะมาลองทำแบบฝึกหัดการเกาสายกีตาร์เบื้องต้นกันดูนะครับ โดยให้เพื่อนๆฝึกเกาสายกีตาร์ด้วยการเล่นคอร์ดโดยวิธีการดังต่อไปนี้
๑.ให้เพื่อนๆจับคอร์ด C-แล้วใช้นิ้วโป้งดีตสายที่ห้า(ดีตลง)ใช้นิ้วชี้ดีตสายสาม(ดีตขึ้น)ใช้นิ้วกลางดีตสายสอง(ดีตขึ้น)และใช้นิ้วนางดีตสายหนึ่ง(ดีตขึ้นครับ
๒.ให้เพื่อนๆจับคอร์ด Am-แล้วใช้นิ้วโป้งดีตสายที่ห้า(ดีตลง)ใช้นิ้วชี้ดีตสายสาม(ดีตขึ้น)ใช้นิ้วกลางดีตสายสอง(ดีตขึ้น)และใช้นิ้วนางดีตสายหนึ่ง(ดีตขึ้นครับ
๓.ให้เพื่อนๆจับคอร์ด Dm-แล้วใช้นิ้วโป้งดีตสายที่สี่(ดีตลง)ใช้นิ้วชี้ดีตสายสาม(ดีตขึ้น)ใช้นิ้วกลางดีตสายสอง(ดีตขึ้น)และใช้นิ้วนางดีตสายหนึ่ง(ดีตขึ้นครับ
๔.ให้เพื่อนๆจับคอร์ด G7-แล้วใช้นิ้วโป้งดีตสายที่หก(ดีตลง)ใช้นิ้วชี้ดีตสายสาม(ดีตขึ้น)ใช้นิ้วกลางดีตสายสอง(ดีตขึ้น)และใช้นิ้วนางดีตสายหนึ่ง(ดีตขึ้นครับ
นี่คือแบบฝึกหัดเบื้องต้นในการเกาสายกีตาร์ครับ เพื่อนอาจจะลองนำไปเล่นกับอคร์ดอื่นๆก็ได้ครับ โดยให้เพื่อนๆใช้หลักดังต่อไปนี้สำหรับการฝึกใช้นิ้วโป้งในการเล่นเบสสำหรับการเกาสายกีตาร์
๑.สำหรับคอร์ดC Cm C7 C# จะเล่นเบสที่สาย๕
๒.สำหรับคอร์ด D Dm D7 D# จะเล่นเบสที่สาย ๔
๓.สำหรับคอร์ด E Em E7 Eb จะเล่นเบสที่สาย ๖
๔.สำหรับคอร์ด F Fm F7 F# จะเล่นเบสที่สาย ๖
๕.สำหรับคอร์ด G Gm G7 G#จะเล่นเบสที่สาย ๖
๖.สำหรับคอร์ด A Am A7 Ab จะเล่นเบสที่สาย ๕
๗.และสำหรับคอร์ด B Bm Bb จะเล่นเบสที่สาย ๕ และมีหมายเหตุนิดหน่อยสำหรับคอร์ด B7 เพราะเป็นคอร์ดที่จะต้องเล่นเบส ในสายที่ 4
เมื่อเราได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องการเกาสายกีตาร์กันมามากมายพอสมควรแล้ว ทีนี้เราก็จะมาเรียนรู้เกี่ยวกับการเล่นกีตาร์แบบปิ๊กกิ้งกันครับ ซึ่งหลักการและวิธีการเหมือนกับการเกาสายกีตาร์ทุกอย่างครับ ต่างกันก็เพียงแต่ว่า จากที่เราใช้นิ้วในการเล่นก็จะมาใช้ปิ๊กกีตาร์เล่นแทนเท่านั้นเอง ดังนั้นนอกจากเพื่อนๆจะฝึกฝนการเกาสายกีตาร์ให้ชำนาญแล้ว ก็อย่าลืมที่จะฝึกเล่นกีตาร์ในแบบปิ๊กกิ้งนี้ให้ชำนิชำนาญด้วยนะครับ แบบว่าเรียนควบคู่กันไปเลย เพราะหลักและวิธีการไม่ต่างกัน
เป็นไงบ้างครับสำหรับเนื้อหาในตอนนี้ หากว่ามีเนื้อหาตอนใดส่วนใดไม่เข้าใจก็สอบถามกันมาได้นะครับ ยินดีอย่างยิ่งครับที่จะเสาะหาคำตอบและข้อมูลมาให้สำหรับทุกๆคำถามครับ ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงย่อย ยังไงก็ดูแลรักษาสุขภาพกันด้วยละนะครับ สำหรับตอนนี้ก็ขอจบไว้เพียงเท่านี้ พบกันใหม่อีกทีในตอนหน้าครับ สวัสดีคร๊าบบบบบบบบบ

รบกวนพี่ช่วยทำเป็นฟายเสียงเพื่อทุกคนจะได้ศึกษาต่อไปได้ครับ

ขอบคุณมากครับสำหรับความคิดนี้ ผมเองก็กำลังพยายามหาวิธีการอยู่ครับที่จะนำเอาการแนะแนวการเล่นกีตาร์ในรูปแบบเสียงมาเผยแพร่ใน 4blind.net นี้ แต่ก็จนใจว่าความรู้ทางเทคโนโลยีของผมนั้นมีน้อยครับ อีกอย่างหนึ่งในช่วงที่ผ่านมานั้นผมมีภารกิจมากพอสมควรจึงต้องละเรื่องนี้ไว้ชั่วระยะหนึ่ง แต่ช่วงนี้ภารกิจก็เบาบางลงบ้างแล้วครับ จึงได้ใช้เวลาบันทึกเสียงการแนะแนวการเล่นกีตาร์ขั้นพื้นฐานในรูปแบบเสียงนี้ได้ประมาณสามสิบตอนแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าจะนำมาลงใน 4blind.net ได้หรือไม่อย่างไร ผมคงต้องขออนุญาตในเรื่องนี้กับทางหมอคอมซึ่งเป็นเจ้าของเว็บก่อนและปรึกษาคุณหมอว่าจะนำมาลงได้หรือไม่อย่างไร แต่หากว่าเพื่อนๆหรือท่านผู้รู้ท่านใดมีข้อแนะนำในเรื่องนี้ก็ช่วยให้คำแนะนำมาหน่อยก็จะเป็นการดีมากๆเลยละครับ และขอขอบคุณไว้ล่วงหน้าเลยสำหรับคำแนะนำจากท่านผู้รู้ทั้งหลาย เพราะแม้ว่าเรื่องนี้อาจจะยากสำหรับผมสักหน่อยในขณะนี้ แต่ก็เชื่อว่าไม่ได้เป็นเรื่องยากเลยสำหรับเพื่อนๆและท่านผู้รู้ทั้งหลายครับ และหากว่าไม่มีข้อขัดข้องใดๆ เชื่อว่าอีกไม่ช้าการแนะแนวพื้นฐานการเล่นกีตาร์ในห้อง 4blind music นี้ก็จะมีการแนะแนวพื้นฐานการเล่นกีตาร์ในรูปแบบเสียงมาให้ฟังกันครับ ขอบคุณอีกครั้งครับสำหรับความคิดเห็นนี้ครับ

ดีมากเลยครับจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆในส่วนรวมทั้งหมด
ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง

ขอบคุณๆและขอบคุณคุณหมอคอมคร่าบบบบที่อนุญาตให้ลงแนะแนวพื้นฐานการเล่นกีตาร์ในรูปแบบเสียงที่ 4blind.net ได้ คราวนี้ก็เหลืออยู่แต่ว่า สุดหล่อจะเอามาลงยังงัยนี่ละคร่าบ ผู้รู้ทั้งหลายช่วยที ใครมีแนวทางดีๆ มีวิธีเด็ดๆ มีเคล็ดลับๆ มีอัฟเดชๆก็บอกมาว่ามาให้กบน้อยในกะลาผู้หาเดียงสากับความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยีของคอมพิวยุเตอร์ไม่อย่างกะรผมหน่อยละกันนะคะรับ จะได้นำเอาความรู้ที่มีมาแบ่งปันและเผยแพร่ได้คะรับความช่วยเหลือนี้ต้องการทันทีคะรับ ไม่แบ่งสังกัด ไม่จำกัดค่าย แกรมมี อาร์เอส Love Is หรือค่ายไหนใครก็ได้รู้วิธีช่วยมาบอกทีนะคะราบบบบบบบบบบบบบ(เอ๊ะ...เกี่ยวกะค่ายเหล่านี้ป่าวเนี่ย ไม่รู้เน๊อะ ไปหละ)

พี่นรินทร์ได้ทำเป็นไฟล์เสียงการเล่นกีต้าร์เป็นขั้นๆมาให้เพื่อนๆได้ฝึกหัดกันแล้ววววว
ก็ไปฝึกหัดกันได้ที่ Basic Guitar ได้โดยกด Alt+6
หรือถ้าไปไม่ถูกก็เข้าที่ลิ้งค์นี้ได้เลยมีให้ฝึกกัน3ตอนก่อนเดี๋ยวจะเพิ่มให้เรื่อยๆนะครับกดที่ด้านล่างนี้ได้เลย
Basic Guitar โดย นรินทร์ ชัยกาวิล

ได้ฟังบทเรียนของอาจารย์นรินแล้ว ขอชมในฝีมือ ความเสียสละ และเป็นผู้ให้อย่างแท้จริง ยอดเยี่ยมครับ

จากใจดวงน้อยๆดวงนี้ขอขอบคุณม๊าก มากครับสำหรับคำชม เฮ้อ...เล่นเอาผมเขินจนไปไม่เป็นเลยทีเดียวคร่าบท่านคร่าบ ยังงัยก็ฝากผลงานด้วยละกันนะครับ ดีไม่ดียังงัยก็บอกกันมาได้เรื่อยๆครับขอขอบคุณทุกๆเสียงและทุกๆกำลังใจอีกครับครับ ไปละคร่าบบบบบบบบบบบ

พอได้รู้ว่างานของตัวเองได้ลงใน 4blind.net แล้วก็อดที่จะภูมิใจไม่ได้เลยละครับ และก็ต้องขอขอบคุณคุณหมอคอม น้องชายที่แสนดีอย่างเป็นทางการอีกสักครั้งด้วยครับสำหรับความช่วยเหลือในการนำเอาฟายเสียงการแนะแนวการเล่นกีตาร์ขั้นพื้นฐานมาลงไว้ในเว็บนี้ สำหรับผู้ที่สนใจในการเล่นกีตาร์ก็จะสามารถเข้ามาเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ครับ หลังจากนี้ผมก็จะค่อยๆทยอยส่งฟายเสียงมาทางคุณหมอคอม เพื่อที่จะได้นำมาลงใน 4blind.net ต่อไปครับ และหากว่าเพื่อนๆน้องๆท่านใดมีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับการแนะแนวการเล่นกีตาร์ขั้นพื้นฐานในตอนใดก็บอกกันมาได้ครับ ยินดีอย่างยิ่งครับที่จะตอบทุกคำถามที่สอบถามกันมาครับ ขอขอบคุณครับ

ในตอนนี้ก็จะมาตอบคำถามที่มักจะถามกันมาบ่อยๆอีกคำถามหนึ่งครับ หลายคนที่ฝึกเล่นกีต้าร์ โดยเฉพาะผู้ที่ฝึกเล่นใหม่ๆอาจจะหงุดหงิดกับอาการเสียงกีตาร์ที่เรียกกันว่า เสียงบอด ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีต้าร์ในลักษณะการตีคอร์ด หรือการเกาสายกีต้าร์ก็ตาม อาการเสียงบอร์ดก็สามารถเกิดขึ้นได้เหมือนกันครับ พอเล่นกีตาร์แล้วเสียงบอร์ดก็ทำเอาหลายคนท้อใจและเลิกฝึกเลิกเล่นกีตาร์ไปเลยก็มี สำหรับใครที่กำลังประสบปัญหานี้อยู่ก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะครับ เพราะในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนักดนตรีที่มีฝีมือโปรขนาดไหน ก็ต้องเจอก็ต้องผ่านอาการเสียงบอดในขณะที่เล่นกีตาร์มาแล้วทั้งนั้นครับ
เอาล่ะครับ มาเข้าสู่เนื้อหากันดีกว่าครับ เราจะลองมาดูกันซิว่าสาเหตุของ อาการเสียงบอดในการเล่นกีตาร์นั้นสามารถเกิดจากอะไรได้บ้าง
1) ประการแรกเลยก็อาจเป็นเพราะการกดสายกีตาร์ไม่สนิท อันนี้ก็คงต้องออกแรงในการกดสายมากขึ้นนิดหน่อย(แต่ก็ไม่ต้องถึงกับกดแรงมากเกินไปครับ เพราะจะทำให้ปวดนิ้วไปกันใหญ่ เพราะโดยปกติคนที่เริ่มเล่นกีต้าร์ในระยะแรกๆก็ต้องประสบกับอาการปวดนิ้ว เป็นอุปสรรคแรกอยู่แล้ว)แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจนเวลาผ่านไประยะหนึ่งแล้ว เราจะสามารถปรับตัวได้เอง โดยเล่นเป็นธรรมชาติมากขึ้น และไม่เกร็งนิ้วและอาการปวดนิ้วก็จะค่อยๆหายไปครับ
2)ประการที่สองก็อาจเป็นเพราะการกดนิ้วลงบนเฟรท(ช่องบาร์กีตาร์)ไม่ถูกต้องครับ การกดสายทับเฟรท ที่ถูกต้องแล้วในการกดคอร์ดจะต้องกดสายหลังเฟรทสักนิดนึง ถ้ากดนิ้วลงบนเฟรทพอดี จะทำให้เสียงบอดได้ครับ
3) ประการที่สามก็อาจเป็นเพราะการวางนิ้วไม่ได้รูป การวางนิ้วในการจับคอร์ดที่ถูกต้องนั้นจะต้องมีเพียงปลายนิ้วเท่านั้นที่สัมผัสกับส่วนของช่องบาร์กีตาร์ที่เรียกว่า ฟิงเกอร์บอร์ด (ยกเว้นกรณีคอร์ดทาบ) หากวางนิ้วแบนจนเกินไปจะทำให้นิ้วที่กดเฟรทที่สายนึงอยู่พาดไปโดน สายอื่น ก็เกิดอาการเสียงบอดได้เช่นกัน อันนี้ก็ต้องพยายามสังเกตุตัวเองเวลาจับคอร์ดนะครับ รูปนิ้วก็จะเป็นลักษณะ ตั้งฉากสักหน่อยเพื่อให้ส่วนที่กดสายเป็นเพียงปลายนิ้วเท่านั้น
หวังว่าเนื้อหาในตอนนี้จะทำให้พอรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเสียงบอดของสายกีตาร์กันบ้างนะครับ ขอให้เพื่อนๆ ลองสังเกตุตัวเองเวลาเล่นและพยายาม ฝึกฝนต่อไปด้วยความตั้งใจนะครับ เชื่อว่าเพื่อนๆจะไม่ต้องหงุดหงิดกับอาการเสียงบอดของสายกีตาร์นานจนเกินไปครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้านะคร๊าบบบบบบบบบ สวัสดีครับ

วันนี้ก็จะมาตอบคำถามของน้องสาวท่านหนึ่งที่สอบถามผมมาทางโทรศัพท์ครับ แต่ก่อนที่จะตอบคำถามของน้องสาวท่านนี้ก็ต้องขอขอบคุณสำหรับการสนใจในการเรียนกีตาร์กับ 4blind.net และสอบถามกันมาเกี่ยวกับสิ่งที่สงสัย และก็ต้องขออภัยที่ต้อวนำคำถามนี้มาตอบที่ 4blind.net เพราะคิดว่าคำถามนี้น่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆคนอื่นๆที่อาจมีคำถามในทำนองนี้ด้วยเหมือนกันครับ
เอาละครับ เรามาดูคำถามกันก่อนเลยดีกว่า คำถามก็มีอยู่ว่า ในการฝึกเล่นกีตาร์นั้น สำหรับบางคนที่มีนิ้วมือสั้นนั้น เขาจะสามารถเล่นกีต้าร์ได้หรือไม่? สหรับผมนั้นคำตอบคือ บุคคลที่มีนิ้วมือสั้นกว่าคนอื่นนั้นเขายังสามารถเล่นกีตาร์ได้ครับ
ครับ ผมเคยได้ยินหลายคนทีเดียวครับที่อยากจะหัดเล่นกีต้าร์ แต่คิดว่าตัวเองมีอุปสรรค และอุปสรรคที่ว่านี้ก็เพียงเพราะมีนิ้วมือสั้นกว่าคนทั่วไป ถ้าจะว่ากันจริงๆแล้วก็มีคนที่เขาเล่นกีต้าร์เก่งๆที่มีรูปร่างเตี้ยและมีนิ้วมือสั้นๆอยู่มากมายหลายคนเหมือนกันครับ สำหรับความเห็นส่วนตัวของผมนั้นคิดว่าการที่บางคนมีนิ้วมือสั้นกว่าคนอื่นนั้นก็อาจจะมีผลในการจับคอร์ดบางคอร์ด หรือฟอร์มบางฟอร์ม ที่ต้องกางนิ้วเยอะๆ เช่นพวกคอร์ดที่ต้อวใช้นิ้วมือทาบสายกีตาร์หลายๆสายอยู่บ้าง แต่ผมเชื่อว่า การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการฝึก Scale และการฝึกฝนการเล่นกีตาร์ในลักษณะอื่นๆที่เป็นการฝึกความแข็งแรงของนิ้วก็มีส่วนอย่างยิ่งที่จะช่วยให้การจับคอร์ดกีตาร์ในแบบยากๆนั้นง่ายขึ้น แข็งแรงขึ้น เหยียดนิ้วได้ดีขึ้น สรุปแล้ว ผมขอย้ำว่า "การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอด้วยความตั้งใจ" เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ถ้าอยากจะหัดเล่นกีต้าร์ก็เล่นไปเลยครับ อย่าเพิ่งไปกังวลเรื่องอื่นเลย โดยเริ่มจากคอร์ดง่ายๆก่อน เช่นพวกคอร์ดเปิด(เช่นคอร์ด C Am Dm G Em D7 E A เป็นต้นครับ) แล้วค่อยพัฒนาเป็นคอร์ดในฟอร์มอื่นๆต่อไปครับ
เอาละครับ หวังว่าคำตอบนี้จะเป็นที่เสริมสร้างกำลังใจสำหรับหลายคนที่อยากจะฝึกฝนการเล่นกีตาร์ได้บ้างไม่มากก็น้อยนะครับ และสำหรับเพื่อนๆท่านอื่นที่มีคำถามก็สามารถสอบถามมาได้ครับ ทางที่เพื่อนๆจะสอบถามมาได้ดีที่สุดก็คือสอบถามมาที่ 4blind.net นี่ละครับ และขอว่าอย่าสอบถามกันมาทางโทรศัพท์เลย เพราะผมกลัวว่าจะจำคำถามของเพื่อนๆไม่ได้ แต่หากว่าอยากจะถามอะไรกันเป็นส่วนตัวจริงก็ให้ฝากคำถามไว้ที่ narin321.g@gmail.com ก็ได้ครับ แต่ขอย้ำว่า ที่ที่ผมจะมาตอบคำถามของทุกคนได้ง่ายที่สุดก็คือทาง 4blind.net ครับ เพราะยังไงแล้วผมก็จะต้องมาอัฟเดชข้อมูลจาก 4blind.net อยู่แล้วครับ เอาละครับ สำหรับเนื้อหาในตอนนี้เอาไว้เท่านี้ก่อนนะครับ แล้วค่อยกลับมาพูดคุยกันใหม่ครับ สวัสดีคร๊าบบบบบบบบบบบ จากกระผม นายนรินทร์ สอวอผู้สูงวัยคร๊าบบบบบบบบบ

กด Alt+6 เจอ Link Basic Guitar แล้วก็กด Enter
ก็เริ่มหัดกีต้าร์ได้จากตอนที่1พื้นฐานกันได้เลยนะครับ
พี่ชายใจดีนรินทร์ได้มามอบความรู้ในการเล่นกีต้าร์ให้กับเพื่อนๆแล้วนะครับ
ตอนนี้ก็มี 7ตอนแล้วเลือกฟังกันได้เลยนะครับ

การแนะแนวการเล่นกีตาร์ขั้นพื้นฐาน ตอนที่สิบสี่นี้ชื่อตอนว่า การแกะเพลงขั้นพึ้นฐานครับ
เมื่อพูดถึงเรื่องการแกะเพลงแล้ว เชื่อว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้เล่นกีตาร์หรืออาจรวมถึงผู้เล่นดนตรีชิ้นอื่นๆอยากจะทำได้มากที่สุดและก็คงเป็นเรื่องที่ผู้เล่นดนตรีพบปัญหามากที่สุดเช่นเดียวกัน ทั้งนี้
ก็เพราะว่า เมื่ออยากจะร้องและอยากจะเล่นเพลงไหนแล้วก็ไม่รู้ว่าจะแกะเพลงที่อยากจะร้องและอยากจะเล่นนั้นออกมาเล่นออกมาร้องอย่างไร ดังนั้นในการแนะแนวการเล่นกีตาร์ขั้นพื้นฐานในตอนนี้ เราก็จะมาพูดคุยถึงเรื่องนี้กันบ้าง โดยเราจะเริ่มต้นกันที่การทำความเข้าใจถึงความหมายของการแกะเพลงกันเป็นอันดับแรกครับ
“การแกะเพลง”คือการค้นหาคีย์และคอร์ดจากดนตรีในเพลงที่ต้องการจะเลือกมาเล่น โดยการแกะเพลงขั้นพื้นฐานนั้นจะแกะคีย์และคอร์ดจากเพลงตามโครงสร้างของเพลงคือ
1.ท่อนดนตรีขึ้นต้น(InTro)
2.ท่อนร้องปกติ(หมายถึงท่อนแรก ท่อนที่สองของเพลงอย่างนี้เป็นต้น)
3.ท่อนร้องรับของเพลง(ส่วนใหญ่จะอยู่ตรงกลางของเพลงแต่ละเพลง)
4.ท่อนบรรเลงดนตรี(Solo)
5.ท่อนจบเพลง(Inding)
เอาละครับ คราวนี้เราก็จะมาพูดคุยกันถึงการแนะนำเกี่ยวกับการแกะเพลงในเบื้องต้นกันบ้าง ซึ่งโดยหลักๆแล้วก็จะมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ครับ
1.ประการแรกต้องรู้ว่าเพลงนี้เป็น คีย์อะไรก่อน-โดยวิธีการที่ง่ายที่สุดที่จะรู้ว่าเพลงนั้นเป็นเพลงในคีย์ใดก็คือ การเทียบเสียงดนตรีจาก คอร์ดขึ้นต้นในท่อนร้องปกติ
2.เมื่อรู้ว่าเป็นคีย์อะไรแล้ว ให้แกะคอร์ดคร่าวๆของเพลงก่อน โดยเริ่มต้นใช้คอร์ดหลักเทียบเสียง จากช่วงต่างๆของเพลงซึ่งจะขอแนะนำให้เริ่มต้นจากช่วงต่างๆ ของท่อนร้องปกติแล้วจึงค่อยแกะคอร์ดจากท่อนร้องรับและท่อน อื่นๆ
3.แกะคอร์ดในส่วนต่างๆนอกจากเนื้อร้อง เช่น Intro ของเพลง ช่วงดบรรเลงดนตรี(ช่วงโซโล่)และช่วงการจบเพลงเป็นต้น
4.แกะการเล่น คือแกะรูปแบบการเล่นของกีตาร์ในเพลงนั้นว่าเป็น จังหวะใด เล่นแบบตีคอร์ดธรรมดา เกาหรือปิ๊กกิ้งและเล่นในสไตร์ไหนเป็นต้น
5.แกะเทคนิคการเล่น ในเพลงแต่ละเพลงนั้นจะมีหลายเพลงที่มีการเล่นเทคนิคของกีตาร์ บางครั้งมาก บางครั้งน้อยใน เพลงๆนั้น การแกะเทคนิคนี้จะ ค่อยเปลี่ยนมือจากคอร์ดในเพลง ช่วงนั้น ไปในสายกีตาร์หรือ คอร์ดกีตาร์ที่ใกล้เคียง เพื่อจะหาเสียงหรือคอร์ดที่เป็นการเล่น เทคนิคในเพลงนั้น
6.แกะการโซโล่ ขั้นตอนนี้ถือว่ายากที่สสุดในขั้นตอนทั้งหมดของการแกะเพลง เพราะต้องพิจรณาในข้อต่อไปนี้แล้วจึงค่อยเริ่มแกะเสียงโซโล่ของเพลงๆนั้น
6.1.ท่อนโซโล่นี้ใช้ท่อนใดใน เพลงหรือไม่ อย่างไร?
6.2.เสียงโซโล่ใช้เสียงต่ำหรือสูง
6.3.การโซโล่มีรายละเอียดมากน้อยเพียงใด
6.4.การโซโล่เป็นไปในรูปแบบใด สไตร์ไหน และอื่นๆ
6.5.ในการแกะท่อนโซโล่ของเพลงนั้น สำหรับโน้ตเสียงต่ำ ให้จับ คอร์ดนอกเพื่อหาต่ำแหน่งของโน้ตที่ใช้โซโล่ ส่วนโน้ตโซโล่เสียงสูง นั้นให้จับคอร์ดกลางหรือคอร์ดในเพื่อหาเสียงโน้ตที่ใช้โซโล่
เอาละครับ นี่อาจเป็นเรื่องยากสักนิดนะครับสำหรับเพื่อนๆบางคน แต่ก็ลองทำลองแกะและลองเล่นกันดูครับ เพราะเคล็ด(ไม่)ลับของการเล่นดนตรีที่ประสบความสำเร็จนั้นก็คือ การเล่น เล่น เล่นและเล่น หรือซ้อม ซ้อมและซ้อมนั่นเอง ไม่มีทางลัดสำหรับนักดนตรีที่อยากเก่งอยากชำนาณครับ อย่างไรก็ลองแกะเพลงง่ายๆดูก่อนก็ได้ครับ ยกตัวอย่างเช่นเพลงคนไม่สำคัญของพลพล(Key C)เพลงขอเป็นตัวเลือกของวงกะลา(Key G)หรืออาจจะเป็นเพลงอื่นๆที่เพื่อนๆคิดว่าน่าจะเล่นได้ง่ายก็ได้ครับ พอแกะเพลงแรกได้ เพลงที่สอง เพลงที่สามและเพลงต่อๆไปก็จะตามมาครับหากมีคำถามก็สอบถามมาได้นะครับ หากว่าผมพอจะตอบได้ก็ยินดีอย่างยิ่งครับที่จะตอบทุกๆคำถามที่ถามมาครับ สุดท้ายนี้ขอพระเจ้าอวยพระพรให้ทุกคนมีความสุขกับการเล่นดนตรีครับ

การแนะแนวการเล่นกีตาร์ขั้นพื้นฐาน ตอนที่สิบสี่นี้ชื่อตอนว่า การแกะเพลงขั้นพึ้นฐานครับ
เมื่อพูดถึงเรื่องการแกะเพลงแล้ว เชื่อว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้เล่นกีตาร์หรืออาจรวมถึงผู้เล่นดนตรีชิ้นอื่นๆอยากจะทำได้มากที่สุดและก็คงเป็นเรื่องที่ผู้เล่นดนตรีพบปัญหามากที่สุดเช่นเดียวกัน ทั้งนี้
ก็เพราะว่า เมื่ออยากจะร้องและอยากจะเล่นเพลงไหนแล้วก็ไม่รู้ว่าจะแกะเพลงที่อยากจะร้องและอยากจะเล่นนั้นออกมาเล่นออกมาร้องอย่างไร ดังนั้นในการแนะแนวการเล่นกีตาร์ขั้นพื้นฐานในตอนนี้ เราก็จะมาพูดคุยถึงเรื่องนี้กันบ้าง โดยเราจะเริ่มต้นกันที่การทำความเข้าใจถึงความหมายของการแกะเพลงกันเป็นอันดับแรกครับ
“การแกะเพลง”คือการค้นหาคีย์และคอร์ดจากดนตรีในเพลงที่ต้องการจะเลือกมาเล่น โดยการแกะเพลงขั้นพื้นฐานนั้นจะแกะคีย์และคอร์ดจากเพลงตามโครงสร้างของเพลงคือ
1.ท่อนดนตรีขึ้นต้น(InTro)
2.ท่อนร้องปกติ(หมายถึงท่อนแรก ท่อนที่สองของเพลงอย่างนี้เป็นต้น)
3.ท่อนร้องรับของเพลง(ส่วนใหญ่จะอยู่ตรงกลางของเพลงแต่ละเพลง)
4.ท่อนบรรเลงดนตรี(Solo)
5.ท่อนจบเพลง(Inding)
เอาละครับ คราวนี้เราก็จะมาพูดคุยกันถึงการแนะนำเกี่ยวกับการแกะเพลงในเบื้องต้นกันบ้าง ซึ่งโดยหลักๆแล้วก็จะมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ครับ
1.ประการแรกต้องรู้ว่าเพลงนี้เป็น คีย์อะไรก่อน-โดยวิธีการที่ง่ายที่สุดที่จะรู้ว่าเพลงนั้นเป็นเพลงในคีย์ใดก็คือ การเทียบเสียงดนตรีจาก คอร์ดขึ้นต้นในท่อนร้องปกติ
2.เมื่อรู้ว่าเป็นคีย์อะไรแล้ว ให้แกะคอร์ดคร่าวๆของเพลงก่อน โดยเริ่มต้นใช้คอร์ดหลักเทียบเสียง จากช่วงต่างๆของเพลงซึ่งจะขอแนะนำให้เริ่มต้นจากช่วงต่างๆ ของท่อนร้องปกติแล้วจึงค่อยแกะคอร์ดจากท่อนร้องรับและท่อน อื่นๆ
3.แกะคอร์ดในส่วนต่างๆนอกจากเนื้อร้อง เช่น Intro ของเพลง ช่วงดบรรเลงดนตรี(ช่วงโซโล่)และช่วงการจบเพลงเป็นต้น
4.แกะการเล่น คือแกะรูปแบบการเล่นของกีตาร์ในเพลงนั้นว่าเป็น จังหวะใด เล่นแบบตีคอร์ดธรรมดา เกาหรือปิ๊กกิ้งและเล่นในสไตร์ไหนเป็นต้น
5.แกะเทคนิคการเล่น ในเพลงแต่ละเพลงนั้นจะมีหลายเพลงที่มีการเล่นเทคนิคของกีตาร์ บางครั้งมาก บางครั้งน้อยใน เพลงๆนั้น การแกะเทคนิคนี้จะ ค่อยเปลี่ยนมือจากคอร์ดในเพลง ช่วงนั้น ไปในสายกีตาร์หรือ คอร์ดกีตาร์ที่ใกล้เคียง เพื่อจะหาเสียงหรือคอร์ดที่เป็นการเล่น เทคนิคในเพลงนั้น
6.แกะการโซโล่ ขั้นตอนนี้ถือว่ายากที่สสุดในขั้นตอนทั้งหมดของการแกะเพลง เพราะต้องพิจรณาในข้อต่อไปนี้แล้วจึงค่อยเริ่มแกะเสียงโซโล่ของเพลงๆนั้น
6.1.ท่อนโซโล่นี้ใช้ท่อนใดใน เพลงหรือไม่ อย่างไร?
6.2.เสียงโซโล่ใช้เสียงต่ำหรือสูง
6.3.การโซโล่มีรายละเอียดมากน้อยเพียงใด
6.4.การโซโล่เป็นไปในรูปแบบใด สไตร์ไหน และอื่นๆ
6.5.ในการแกะท่อนโซโล่ของเพลงนั้น สำหรับโน้ตเสียงต่ำ ให้จับ คอร์ดนอกเพื่อหาต่ำแหน่งของโน้ตที่ใช้โซโล่ ส่วนโน้ตโซโล่เสียงสูง นั้นให้จับคอร์ดกลางหรือคอร์ดในเพื่อหาเสียงโน้ตที่ใช้โซโล่
เอาละครับ นี่อาจเป็นเรื่องยากสักนิดนะครับสำหรับเพื่อนๆบางคน แต่ก็ลองทำลองแกะและลองเล่นกันดูครับ เพราะเคล็ด(ไม่)ลับของการเล่นดนตรีที่ประสบความสำเร็จนั้นก็คือ การเล่น เล่น เล่นและเล่น หรือซ้อม ซ้อมและซ้อมนั่นเอง ไม่มีทางลัดสำหรับนักดนตรีที่อยากเก่งอยากชำนาณครับ อย่างไรก็ลองแกะเพลงง่ายๆดูก่อนก็ได้ครับ ยกตัวอย่างเช่นเพลงคนไม่สำคัญของพลพล(Key C)เพลงขอเป็นตัวเลือกของวงกะลา(Key G)หรืออาจจะเป็นเพลงอื่นๆที่เพื่อนๆคิดว่าน่าจะเล่นได้ง่ายก็ได้ครับ พอแกะเพลงแรกได้ เพลงที่สอง เพลงที่สามและเพลงต่อๆไปก็จะตามมาครับหากมีคำถามก็สอบถามมาได้นะครับ หากว่าผมพอจะตอบได้ก็ยินดีอย่างยิ่งครับที่จะตอบทุกๆคำถามที่ถามมาครับ สุดท้ายนี้ขอพระเจ้าอวยพระพรให้ทุกคนมีความสุขกับการเล่นดนตรีครับ

การแกะเพลงนั้น ไม่ว่าเป็นเพลงไทย หรือจีน และอื่นๆ ผมควรแกะด้วยคอร์ดกีตาร์ หรือ แกะจากจุดห้องเสียงโน๊ตโด เร มี.... จึงจะง่ายหรือถูคีย์กันแน่ รู้สึกว่ายากนะครับสำหรับบทเรียนนี้ของผู้เริ่มต้นเรียน แต่ก็คงต้องฝึกแกะบ่อยๆ แกะคีย์โน๊ตนะครับ หิ หิ หิ ขอบคุณครับที่นำความรู้มาสอนครับ

ขอบคุรครับสำหรับคำถามนี้ เป็นคำถามที่ดีครับ สำหรับผู้เริ่มต้น การแกะคอร์ดน่าจะดีกว่าและง่ายกว่าครับ แต่บางคนอาจจะถามต่อไปว่า"แล้วจะให้ฉันแกะอย่างไรล่ะ?"คำตอบก็คือ แกะจากเนื้อร้องท่อนแรกครับ โดยใช้คอร์ดเมเจอร์(คอร์ดธรรมดาเช่นคอร์ซี คอร์ดดี คอร์ดอีอย่างนี้เป็นต้น)หรือคอร์ดไมเนอร์ เพราะเพลงโดยทั่วไปก็จะเป็นเพลงในคีย์เมเจอร์และไมเนอร์ ไม่มีเพลงใดที่เป็นเพลงในคีย์เซเว่น ดังนั้นคอร์ดที่ใช่เล่นขึ้นต้นเพลงก็จะเป็นคอร์ดเมเจอร์หรือไมเนอร์เท่านั้น จะไม่มีเพลงใดที่ขึ้นต้นด้วคอร์ดเซเว่น สำหรับผู้เริ่มต้นเล่น ผมอยากขอแนะนำในการเริ่มต้นแกะเพลงว่า ให้ใช้คอร์ดที่กล่าวมาในการเทียบเสียง เช่นเพลงคนไม่สำคัญของพลพล นั้น คอร์ดแรกจะเล่นตรงคำว่าโปรด(แม้ไม่ใช่คนโปรดอย่างคนอื่นเข้า)ครับ หรือเพลงขอเป็นตัวเลือกของวงกะลานี่ก็จะเริ่มแกะคอร์ดแรกได้ที่คำว่า ก่อน(เผื่อใจไว้ก่อน)อย่างนี้เป็นต้นครับ และหากจะให้ง่ายยิ่งขึ้นก็อาจจะอาศัยเพลงที่เขามีคอร์ดอยู่แล้วในหนังสือหรือในอินเตอร์เน็ตก็ได้ครับ โดยดูว่าคอร์ดแรกของเพลงนั้นคือคอร์ดอะไร(อาจถามคนตาดีหรือใช้คอมหาดูก็ได้ บางครั้งผมก็ใช้วิธีนี้ครับในเวลาที่ไม่อยากใช้คอร์ดเทียบเสียงให้ยุ่งยากมากมาย แต่อย่างไรก็ขอให้เพื่อนๆลองแกะลองเล่นดูบ่อยๆครับ เอาเป็นว่า เดี๋ยวผมจะทำบทเรียนนี้เป็นรูปแบบเสียงมาให้ฟังละกันนะครับ จะได้เข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น ยังไงไม่เข้าใจอะไรหรือมีคำถามจะสอบถามเพิ่มเติมก็สอบถามมาอีกละกันนะครับ ผมจะพยายามตอบเท่าที่จะตอบให้ได้ครับ